Ta-KeNg's profileperformance by Ta-KeNgPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    February 28

    ตัดใจและยอมรับ

     เ รื่ อ ง . . .  เ ดิ ม . . .   ที่ เ ร า นั้ น . . .  ท น ดู . . .  อ ยู่ อ ย่ า ง ไ ร้ ท า ง อ อ ก



    คื อ ค ว า ม จิ ง ที่ เ ร า เ ก็ บ ไ ว้ . . .



    ฉั น. . .  เ ข้ า ใ จ. . .  แ ต่ จ ะ ยื้ อ . . . ทำไม. . .  เ มื่ อ ค ว า ม รัก ห ม ด ไ ป



    คำ ทุ ก คำ ก้ อ ห ม ด ค ว า ม ห ม า ย . . .



    . . .  พ ย า ย า ม เ ท่ า ไ ร . . .



    มั น ยั ง ทำ ใ ห้ ใ จ เ ธ อ กั บ ฉั น . . .  ห่ า ง กั น ไ ก ล แ ส น ไ ก ล



    ร อ เ ว ล า ใ ห้ ผ่ า น . . .  มั น ก ลั บ ดู เ นิ่ น น า น . . .  ห ม ด ห น ท า ง ที่ เ ร า จ ะ ก ลั บ ไ ป . . .



    ตั ด ใ จ . . .  แ ล้ ว ย อ ม เ ป็ น ค น . . .  ผิ ด ห วั ง. . .



    รั บ รู้ ใ น ค ว า ม ผิ ด พ ลั้ ง . . .  ที่ เ กิ ด ขึ้ น เ พ ร า ะ เ ร า . . .



    ปิ ด บั ง . . .  ใ น ทุ ก ๆ สิ่ ง . . .  เ ปิ ด ใ จ รั บ ค ว า ม จิ ง. . .  กั น สั ก ที



    ท น กั น ไ ป . . .  มี แ ต่ ช้ำ  หั ว ใ จ . . .  จ ะ อี ก น า น แ ค่ ไ ห น. . .



    ข อ ใ ห้ มั น จ บ ไ ป  สั ก ที . . .



    . . .  พ ย า ย า ม เ ท่ า ไ ร . . .



    มั น ยั ง ทำ ใ ห้ ใ จ เ ธ อ กั บ ฉั น . . .  ห่ า ง กั น ไ ก ล แ ส น ไ ก ล



    ร อ เ ว ล า ใ ห้ ผ่ า น . . .  มั น ก ลั บ ดู เ นิ่ น น า น . . .  ห ม ด ห น ท า ง ที่ เ ร า จ ะ ก ลับ  ไ ป . . .
    February 14

    เดินทางวันที่ 2 มุ่งหน้าสู่ปาย

    วันที่ 2 การเดินทางมุ่งหน้าสู่จุดหมาย

    ตื่นมา 7 โมงเช้า ตาเก่งก็ตื่นมา ตั้งสติ อาบน้ำ อาบท่า ให้เรียบร้อย ตาเก่งก็ออกไปนั่งกินกาแฟต่อ นั่งสูดอากาศยามเช้า ของ โรงแรม อิมพีเรียท ธาทา แม่ฮ่องสอน ได้ว่า ธรรมชาติมาก ยิ่งได้เห็นทะเลหมอกยามเช้า ทำให้สดชื่นมากยิ่งขึ้น นั่งไปหยิบจานหาอาหารเช้ามากิน ก้ไปนั่งกับพี่ตู่ พี่กิ๊ก พี่บอย นั่งคุยกันเฮฮา ตาเก่งก็แซวพี่ตู่ เรื่องที่พี่หลับไปก่อน ก็เฮฮากัน นั่งกินอาหารเช้า กินกาแฟ น้ำส้ม ปาท่องโก๋ ขนมปังอีก จนสักพักพี่บอยก้ไปสัมภาษณ์ผู้จัดการของโรงแรม เก่งก็ไปช่วยพี่เขาจัดแสง จนเรียบร้อย นั่งรอสักพัก รถตู้ก็ออกมารับ พาไปแต่ละที่ เช่นหมู่บ้านที่ทำน้ำมันงา ได้ดูกระบวนการผลิตน้ำมันงา และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ และไปชมสัตว์ที่ทำงาน พวกวัว ควาย

     

    และก็ถามว่าวัวกับควาย สัตว์ตัวไหนทำงานดีกว่า ได้คำตอบว่า ควายทำงานดีกว่า แต่ขี้ร้อน แต่เป็นวัว จะดื้อ ทำงานได้แต่สู้ควายไม่ได้เลย และสัตว์เลี้ยงในนั้น วัว ควาย ที่นั้น ล่ำมาก เพราะได้กินกากงา มากิน  และก็เดินถ่ายรูปเรื่อยๆจนเรียบร้อย ก็นั่งรถต่อที่ ภูโคลน ที่นี้ขึ้นชื่อมากเลย สำหรับ เสริมความหล่อและความงาม ก็ยืนฟังวิทยากร ให้ความรู้เกี่ยวกับโคลนที่ใช้ จะต้องผ่านกระบวนการจนเรียบร้อยถึงจะฟอกหน้าได้ จน
    วิทยากร พาไปชมสระน้ำแร่ ที่เดียวในเมืองไทยที่มีวิวเป็นภูเขา ชมที่ห้องเขาฟอกโคลนกัน คนแยอะมาก วิทยากรก้ถามว่ามีใครจะสนใจฟอกโคลนมั้ง ตอนแรกไม่มีใครสุดท้าย ตกมาที่เก่ง กับพี่ตู่ คู่ซี้ต่างวัย โดยล้างหน้าด้วยสบู่โคลน และล้างออก เช้ดหน้าให้แห้ง และก็นอน รอพนักงาน ฟอกโคลนให้ ดูหน้าตัวเองแล้ว พี่ตู่บอกว่า เราฟอกโคลน เนี้ย เหมือนค่างแว่นเลย ก็หัวเราะกันเฮฮา นั่งรอว่าโคลนที่ฟอกไว้ กว่าจะแห้งใช้เวลา 15 นาที  คนที่ไปฟอกโคลนเนี้ยมีตั้งแต่วัยรุ่นจน ผู้ใหญ่ มีทั้ง อาซึ้ม อาม่า มาใช้บริการกันแยอะมาก ตาเก่งรอจนโคลนแห้ง ก้ใช้น้ำล้าง จนสะอาดและใช้สบู่โคลน ล้างอีกรอบ เช็ดหน้าให้แห้ง และพนักงานจะฉีดน้ำแร่ให้เรียบร้อย งานนี้หน้าเด้งเลย
    ครับหน้าตึงมาก และดูเนียนมากเลย ก็สักพักวิทยากร ก้ให้ของฝากให้กับพวกเรา และถ่ายรูปไว้เป้นที่ระลึกกัน ของฝากที่ให้เป็นสบู่โคลนของภูโคลนนี้เอง ตอนนั้นก็เริ่ม  ไปกันต่อ ตาเก่งก้หลับไปตื่นมาอีกทีตื่นมาไม่รู้อยู่ที่ไหน ก็เป็นร้านอาหาร เจอเจ้าของร้านแสนสวยได้เลย ออกหมวย ทำทุกอย่างในร้าน ทั้งรับออเดอร์ คิดเงิน ชงชา มาถึงก็นั่งหาโต๊ะนั่งกินข้าวกัน สภาพร้านเป้นร้านรินน้ำ และด้านข้างเป็นบ้านสร้างด้วยบิน และมีพวกของฝากขายมีทั้งใบชา ไวน์ และขนมอบแห้งเป็นของฝาก มีพวกอุปกรณ์ชงชา อาหารยูนานเนี้ยตาเก่งไม่เคยกินเลย แต่คนในร้านแยอะ นั่งเต็มทุกโต๊ะคงจะคาดหวังเรื่องความอร่อยได้ เพราะตาเก่ง เลือกกิน อาหารจานแรกที่มา เป็นหมู
    พันปี ตามด้วยขาหมุยูนาน และตามด้วย ชาร้อนมาให้ลองชิมกัน มีชายอดน้ำค้าง กับชามะลิ มาให้ลองชิมกัน เมนูอื่นก็ตามมา มี ยำยอดใบชา หมั่นโถ ปลาสามรส ผัดผัก มาให้กินกันอิ่ม จะเห้นได้ว่าหน้าร้าน จะมีรถตู้จอดกันเต็มเพื่อมานั่งกินร้านนี้กัน เมื่อมาเที่ยวหมู่บ้านรักไทยจะต้องไปกินอาหารยูนาน และชิมชาเริดรสกัน กินกันจนอิ่มตาเก่งก้เดินถ่ายรูป จนเรียบร้อย ก็ไปสู่จุดหมายของเรา หมู่บ้านรักไทยเป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนาน อดีตทหารจีนคณะชาติ (กองพล 93)

    ก๊กมินตั๊งที่นี้เป้นแหล่งปลูกใบชาและมี บ้านดินแบบดั่งเดิม ทำให้ได้สัมผัสความดิบของวิถีชีวิตได้อย่างดี ช่วงที่ไปเป้นช่วงตรุษจีน พอดีมีงานจัดการรื่นเริงเลย เยี่ยมชมหมู่บ้านรักไทย ตาเก่งก็นั่งรถงีบกันต่อเพราะตลอดทางการเดินทางเป็นทางที่โค้งมาก ทำให้บางคนเมารถได้ นั่งมารถกันต่อที่  ปางอุ๋ง ก็ไปถึงกันตอนบ่ายสองนิด ก้พบความสวยงามและสงบ เหมาะแก่คนที่ชอบธรรมชาติ จริง และที่นี้เหมาะการกางเต็นส์นอนกันได้ และมีที่พักให้นอนเหมาะแก่การมาพร้อมกันทั้ง
    ครอบครัวเลย  แต่เสียดายไมได้พักที่นี้อาจจะได้ทะเลหมอกตอนเช้า อย่างแน่นอน ถ่ายรูปจนสะใจ ก้ได้เดินทางไป จุดหมายปลายทางของเรา ก็คือ ปาย กะไปให้ถึง 5 โมงเย็น ใช้ระยะทาง 120 กว่ากิโล ตลอดเส้นทางมีโค้งให้กันชวนเมามันกันมันมาก งานนี้ตาเก่งหลับไปได้แค่นิดเดียว ตาค้างเลย เจอแต่ละโค้งทำให้ท้องไส้ตาเก่ง ไปเลยงานนี้ ไปถึงปาย ครั้งแรกก็รีบไปที่พักเจอกันที่พักแล้วโอ้แม่เจ้า อยู่ติดกับทุ่งนา มีวัว แยอะเลย ตาเก่งก็เก็บกระเป๋าเสื้อผ้า เตรียมถ่ายข้อมูลลงโน๊ตบุ๊ต ชาร์จอุปกรณ์ทั้งหมดก็อาบน้ำอาบท่าจนเรียบร้อย จนหกโมงเย็น ก็ทางที่พักเตรียมอาหารมาให้กินกันแบบเต็มคราบเลยงานนี้ กินกันจนสักพักมีแก็งซ์ รถตู้มากันกันหลายสิบคันมาเป็นแก็งซ์


    RS (ย่อมาจาก อาซิ้ม อาม่า) มาถึงความสงบหายไปเลยเมื่อขาก้าวถึงผืน งานนี้อารมณ์เสียเลยครับนักท่องเที่ยวแบบนี้ ทำให้เสียบรรยากาศมากเลย สำหรับคนที่มาพัก ขอบ่อนหน่อย มาถึงก็นั่งคุยกันเสียงดัง และรุมกันกินข้าว จนตาเก่งกินเสร็จเข้าไปที่พักก่อนเลย จนทุ่มนึงก็ออก    

    ไปถนนคนเดิน ของปายต่อ ตอนกลางคืน ตาเก่ง มีคู้ซี้ต่างวัย เดินดูของ ตาเก่งมาถึงเจอกับของที่ขายหลากหลายและมีร้านแยอะมาก จะออกแนวไปทางข้าวสาร หรือพัทยา ไปซะแล้วสิของขาย ก็จะมีขายพวกโปสการ์ด เสื้อผ้า หมวกไหมพรม ผ้ากระเหนี่ยง และที่แปลกคืนนี้มีอาหาร ของอินโดนีเชีย ขายด้วย น่าทึ่งมาก เมืองปายตอนนี้ เติบโตไวมาก จนทำให้วิถีชีวิตหายไป ตอนนี้มีร้านเหล้า ร้านสักกันแยอะมากเลย ทำให้สภาพปายเปลี่ยนเริ่มมีความเจริญมากขึ้น นี้เองทำให้กลิ่นอายดั่งเดิมของปายหายไป แต่ก็นะกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวแล้ว บ่นพอและ ตาเก่งเดินไปก้หาซื้อหมวกไหมพรมมาใส่แก้หนาว เจอคนขายเป้นกระเหรี่ยงน่ารักดี ก็ถามราคาเท่าไหร่ ก็บอกว่า 160 บาท ก็โดนไปชิ้นนึง เดินไปอีกเจอเสื้อปาย ก็ซื้อมาอีก เพราะโดนสั่งให้ซื้อ เสื้อแบบเดียวกันจะได้ใส่เหมือนกัน เลยซื้อไป 5 ตัว ไปฝาก จนได้เวลานัดหมายที่จะไปงานเร้ก
    ก้กันที่ บ้านต้นไม้ อยู่ที่ริมน้ำปาย เป้นสถานที่จัดงาน งานนี้ พี่ตู่ถามว่าอยากกินเบียร์มั้ยตาเก่งก็ตอบแบบหน้าตายว่า พี่ แล้วแต่พี่เลย อยากกินก็จัดไป แวะเข้าเซเว่นไปซื้อเบียร์ไป 6 กระป๋อง เดินกินกันชิวๆ  นั่งรถตู้กันไปงานเร้กเก้ต่อ ตาเก่งได้บัตร VIP แขวนคอเข้างาน เข้าถึงงานก็เดินกันมันเลยแบบว่ากะจัดแบบส่วนตัวมาก งานวันแรกตาเก่งเฉยๆนะงานเร้กเก้เนี้ย  ก้เดินรอบงานไปเจอสมีมอฟ พี่ตู่ก้ถามว่าน้องเก่งจะกินเปล่าตาเก่งบอกเหมือนเดิมแล้วแต่พี่ สุดท้ายได้มาคนละขวด ตอนสั่งก็เจอน้อง PG ของสมีมอฟ บอกว่าพี่สาวคนนี้ต้องสีแดง ส่วนของตาเก่งจะต้องกินขวดสีดำ ตาเก่งเลยบอกว่าไม่เอา ตาเก่งจะกินสีแดงเลมอน สุดท้ายน้องเขาก็ยอม ฮากันเลยงานนี้


    เดินไปหาของกินไปตลอดงาน จนเซงสุดท้าย สรุปตาเก่งอยู่แค่ ห้าทุ่มกลับที่พัก ถึงที่พักก้นั่งกินเบียร์ที่ห้องพี่ตู่ต่อจนเบียร์หมด ตลิดทั้งทริปนี้ มีแต่ตาเก่ง กับพี่ตู่สองคนที่ขยันกินเบียร์กันจังเลย จนเที่ยงคืนเบียร์ก็หมด ตาเก่งก็ขอตัวพี่ตู่ไปนอนก่อนเพราะจะต้องตื่นเช้าอีก จบไปอีกวัน วันที่ 2 ของการเดินทางของตาเก่ง

    February 12

    ตอนที่ 1 แม่สะเรียง กับตัวเมือง

    การเดินทางของผมเริ่มตั้งแต่เวลา 18.30น.  รถได้เคลื่อนตัวออกจากหมอชิต สภาพการจราจรถือว่าได้คล่องเป็นระยะ และสักพัก ก็ได้หลับเพราะอ่อนเพลียจากการทำงาน ทริปนี้ได้เดินทางกับพี่ตู่ พี่กิ๊ก จากหนังสือ อนุสาร อสท. กับพี่บอย จาก โอโซน ใช้เวลาการเดินทางไปถึงแม่สะเรียงตอนตี 5.30 ได้ ไป แต่ก่อนถึงได้เสียวเป็นระยะกับการสาดโค้งที่ทำให้ถึงกับอ้วกได้ หลังจากรอดจากการเมาโค้งไปได้ถึงแม่สะเรียงก็ลงจากรถแบกเป๋าเป้เครื่องทำมาหากินและเป๋าเสื้อผ้า ตอนนี้อากาศหนาวมาก ที่แม่สะเรียงอากาศน่าจะ 17-18 ได้เพราะหายใจเป็นไอออกมา สักพักทางพี่บอยติดต่อให้ทางรถตู้ที่ได้เตรียมการเดินทางมารับพาไปที่พัก โดยพักที่  ริเวอร์เฮ้าส์ รีสอร์ท  

    ช่วงเช้าก่อนไปถึงก็ทำการชาร์จอุปกรณ์สื่อสารทั้งปวง และนอนเอาแรงจนตื่นมาอีกรอบตอน 8 โมงเช้า ออกมาสูดอากาศยามเช้า ที่มองไปทางไหนที่มีแต่
    หมอกแถมอากาศเย็นมากข้างหน้ามองเป็นแม่น้ำสาละวิน จนสักพักก้อาบน้ำเตรียมตัวลงไปทานอาหารเช้าที่ทางโรงแรมจัดบริการให้ นั่งคุยกับพี่ และก็ถ่ายรูปรอบๆโรงแรมกัน รอบนี้มีการแนะนำมุมถ่ายและให้คำปรึกษางานนี้ตาเก่ง
    ได้รับความรู้เพียบเรื่องการจัดองค์ประกอบ ใครเคยอ่าน หนังสือ อสท.จะรู้ว่าภาพที่ลงภาพสวยมาก นั่งรอน้องจากหนังสืออีกเล่มมาร่วมทริปนี้กัน กว่าจะมาถึงก็ปาไป 9 โมงได้และรออาบน้ำอาบท่าเพื่อเพิ่มความสดชื่น จนเวลาเกือบ 11 โมงก้ออกเดินทางโดนมีทาง ททท. จากแม่ฮ่องสอนเป็นจนพาไปแต่ละที่ ที่แรกไปวัดจอมกิตติ ไปถึงก็ถ่ายวิวรอบนานจะได้มาเจอกับธรรมชาติ
    ขนถ่ายเสร็จก็นั่งรถตู้ออกเดินทางรถผ่านหน้าสนแม่สะเรียงได้พบกับร้านขายขนมหวาน  ขายขนมอะละหว่า ขนมเบ็งโม้ง ขนมส่วยทะมิน งานนี้แม่ค้าได้พรีเซ็นแบบสุดตัวเลยว่าเป็นเจ้าเดียวที่อร่อย
    เป็นขนมมงคล ได้ลองชิมดูก็บอกได้เลยว่าอร่อยมากครับถึง
    แค่ชิมไปนิดเดียว ใครได้ไปแม่สะเรียงลองไปชิมได้เลยนะครับ หน้า สน.แม่สะเรียง รับรองจะติดใจ จากนั้นออกเดินทางกันต่อ งานนี้หลับไปไม่รู้ตัวอีกตื่นมาอีกทีก็ลงมากินข้าวกันงานนี้ได้กินอาหารเช่น แอ็บหมู แอ็บเนื้อ เนื้อทุบ และตามด้วยขวดเหลือง โดยมีพี่ตู่เป็นคนจุดชนวนในการดื่มครั้งนี้ ซัดกันบ่ายเลย กินกันจนเสร็จก็ ไปกันต่อที่ ศูนย์ศิลปาชีพแม่สะเรียง  ได้ถ่ายรูปใน
    นั้นจนเรียบร้อย รอบนี้แอบก็อปปี้มุมเดียวกับพี่ตู่ อสท. และพี่เขาก็แนะนำถ่ายออกมาให้ดู ผมเห็นแล้วก้ยกนิ้วให้เลยถึงแต่พี่เขาจะไมได้ใช้กล้อง DSLR ก็ตาม แต่อยากที่บอกลห่ะครับพี่เขาถ่ายได้สวยมากเรื่ององค์ประกอบแสงเนี้ย ผมยกให้เขาเลย ถ่ายออกมาจนกล้องที่ตาเก่งถือขอยอมแพ้เลย เทคนิค เขาก็สะสมประสบการณ์มานาน ผมเองก็จะต้องเรียนรู้อีกแยอะ จนเรียบร้อยก็นั่งรถออกเดินทางกันต่อที่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน จากบ่ายโมงครึ่งไปถึงตัวเมืองประมาณ 4
    โมงได้ตลอดทางได้เห็นป้ายทางโค้งต่อเนื่องตลอดทาง แบบว่าท้องไส้ปั่นป่วนเลย จนต้องงีบ ตื่นมาอีกอยู่ที่โรงแรม อิมพีเรียทธาราแม่ฮ่องสอน สำหรับพักคืนนี้ ก็เตรียมทิ้งเป๋าเสื้อผ้าไว้ที่ห้องพักที่จะนอนคืนนี้ สักพักก็ออกเดินทางไป ศูนย์ศิลปาชีพแม่ฮ่องสอน โดยเน้นสินค้าที่เป็น OTOP ของแม่ฮ่องสอน ถ่ายรูปสินค้าต่างภายในจนเรียบร้อยก็ไปต่อกันที่พระธาตุจองทอง ก็ไล่เก็บ
    ถ่ายบรรยากาศรอบ พอดีมีคนมาเวียนเทียนพระธาตุ เลยได้ฟิวส์ในการถ่ายไปอีกอารมณ์ จนสัก 6 โมงเย็น ก็ไปรับประทานข้าวอีกโรงแรมนึง รับประทานแบบว่าอาหารที่จัดมาอร่อยทุกอย่างเลย งานนี้เจริญอาหารเลย ตบด้วยเบียร์อีก 1 ขวดเล็กกับพี่ตู่เหมือนเดิม กลายเป็นเพื่อนกินเบียร์กับพี่ตู่ ไปกินกันจน อิ่มว่าจะไปไหนกันต่อเลยคิดว่าอยากไป ถนนคนเดินในตัวเมือง ได้พบความหลากหลายของตลาด ไม่ว่าเป็นหมวกไหมพรม หุ่นกระบอก ผ้าทอด้วยมือ เสื้อผ้าชาวกระเหรี่ยง และความหลากหลาย มีทั้งแม่ค้า พ่อค้า ชาวกระเหรี่ยงมาขายด้วยก็มี บางคนอุ้มลูกมาขายของ เป็นการสัมผัสได้อย่างดีเลย ซึ่งผมบอกได้เลยว่า ชอบมากไม่ค่อยเหมือนตลาดคนเดินที่เคย
    สัมผัสมา อาจจะเป็นเสนห์ในตัวของมัน จนเดินเรียบร้อยก็แวะเซเว่นซื้อ เบียร์ป๋องเขียวไป 8 กระป่องกะกินกันต่อกับพี่ตู่ในโรงแรมที่พัก มาถึงโรงแรมก็อาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อยก็ออกไปดริ้งกับพี่ตู่ กลายเป็นเพื่อนกินเบียร์แบบถูกคอ แบบต่างวัยกันเลย ตาเก่ง 27 ส่วนพี่ตู่ 30 กว่า เป็นพี่ผู้หญิงที่ตาเก่งว่าได้เลยว่า พี่เขาเป้นคนที่เก่ง และนิสัยดีมีอะไรแนะนำตลอด ทริปนี้ พี่ตู่เป็นคนโทรมาชวน และตาเก่งตอบตกลง จนแกหัวราะ แบบว่า ตาเก่งเนี้ยมันไม่คิดอะไร ตอบตกลงแบบเต็วปากเต็มคำ เพราะ อยากไปพักผ่อนอีกรอบ ถือว่าเป็นทริปแรกแห่งปีเลยของตาเก่งเลย

    จบสำหรับวันแรก สรุปตาเก่งนั่งกินเบียร์กับพี่ตู่ จนพีตู่หลับคาเก้าอี้ ตาเก่งเลยขอตัวไปนอนบ้าง ซัดไปคนละ 3 กระป๋องจนเกือบเที่ยงคืน

    February 06

    เตรียมแพ็คกระเป๋าและการเตรียมตัวอุปกรณ์ก่อนเดินทาง ทำไปบ่นไป

    แพ็คเป๋าเดินทาง ไป ปาย

     

    วันนี้ตาเก่งกลับมาก้เตรียมหากระเป๋าเสื้อผ้า ก็รีบจับเสื้อผ้ายัดไปเตรียมเสื้อผ้าไป 6-7 ตัว

    กางเกงยีนย์  2 ตัวพอ เสื้อกันหนาวอีก 2 ตัว กางเกงขาสั้น คาดว่าจะได้ใส่เปล่าไม่รู้ แต่จะเอาไปใครจะทำไม เอาไป 2 ตัว และเตรียมจิปาถะไปให้พร้อม สำหรับ 5 วัน 4 คืน และเตรียมพวกครีมทาผิวกันผิวแตกอีก

    ถึงตรงนี้ใครจะคิดว่าตาเก่งแม่งจะสำอางขนาดนี้ แต่สำอางจริงๆ ถ้าใครรู้จักเก่ง ถึงแต่ดู ถึกแบบควายไบซันก็ตามเถอะ จนเรียบร้อย ก็จะเป็นการเตรียมอุปกรณ์ ถ่ายภาพ งานนี้ ตาเก่งจัดการเองเลย จับถ่ายเพดานบ้านว่ามีจุดดำในภาพหรือเปล่า

    ปรากฏถ่ายออกมา มีบานเลย ตั้งแต่ถ่ายงาน เปลี่ยนเลนส์จนมันมือ สุดท้ายฝุ่นเกาะ
    CCD เป็นบางท่านอ่านจะเซ็งได้ พอดีตาเก่งได้ เห็นมีคนล้าง CCD เองจาก pantip ห้องกล้อง เลย ขอลองซะหน่อย โดยมีเครื่องมือในการชำระล้าง CCD มีไม่กี่ชิ้น

    อุปกรณ์การชำระล้าง
    1.คัตเตอร์บัส แบบก้านแข็งนะครับ

    2.
    เทปกาว 3M รุ่นไหนลืม จะเป็นยี่ห้อที่ไม่ทิ้งคราบกาวไว้บน CCD
    3.
    มือคนล้าง ที่ขาดไม่ได้ ในการชำระล้างครั้งนี้
    ส่วนวิธีทำการชำระล้าง

    1. ลองถ่ายภาพออกมาโดยใช้ F 8 ขึ้นไป ยิ่งแคบได้ยิ่งดี แล้วถ่ายที่พื้นวัตถุสีขาว เช่นเพดาน ฝ้า ของบ้าน ดู และใช้ ISO แค่ 100-200 พอ ถ่ายออกมา จะเห็น จุดดำบนภาพหรือไม่ ถ้ามี แปลว่ามีฝุ่นเกาะ
    ที

    2. จากนั้นก็เป็นการล้อคกระจกเข้าไปที่เมนู  Mirror Lock-Up สำหรับ Nikon  
    และกดชัตเตอร์ให้กระจกค้างเพื่อล็อค จากนั้นก้อเป็นการปลดเปลื้อง เอาเลนส์ออกงานนี้ขอให้หาที่ห้องที่ไม่มีลมพัดนะครับถ้าเปิดพัดลมขอให้ปิด เพราะเป็นการป้องกันฝุ่นภายในห้อง ที่จะล้างฝุ่นหายเกลี้ยงกลับกลายเป็นการเพิ่มจุดดำบน
    CCD ซะอีก

    3. แล้วเราก็นำเทป 3M ดึงมายาวประมาณพึงความพอใจว่าพอดีที่จะจิ้มคัตเตอร์บัตได้ไม่ยาวไปและสั้นไป ตัดซะให้ได้เทปยาวสัก 5 เส้น ยาวแปะลงไป

    4. จากนั้นเราก็นำเทป 3M โดยมีคัตเตอร์บัต เป็นตัวกดเทป 3M ลงไปที่ CCD งานนี้จะต้องทำแบบนุ่มนวลหน่อยยนะครับ และใจเย็น แปะเทปให้รอบ และบริเวณที่เกิดจุดดำบนภาพ ทำแบบนี้ซะ 3 ที

    5. แล้วก็ใส่เลนส์กลับเหมือนเดิม ปิดเครื่องเพื่อคลายกระจกที่ล็อคกลับมาเหมือนเดิม และลองถ่ายดูจนกว่าจุดดำบนภาพหายไป ถ้าไม่หายก้เริ่มข้อ 2 ใหม่ ทำจนจุดดำบนภาพหายไปนะครับ
    วิธีทำแบบนี้มีความเสี่ยง ถ้ากล้องมีประกันเชิญเข้าศูนย์ล้างให้ดีกว่า แต่ถ้าประกันหมด ก็เสี่ยงดูว่ายอมเสียเงินค่าล้าง
    500 กับล้างเองเสียงด้วยจะเลือกแบบไหน สำหรับตาเก่ง ขอเสี่ยงดีกว่า เพราะเป้นคนชอบเสี่ยงด้วยสิ

    มาต่อการเตรียมอุปกรณ์ต่อ ก็ชาร์จแบตทั้งกล้องและถ่านชาร์จใส่แฟลชเตรียมตัวให้พร้อม จนเต็มก็จับยัดเป่าอีก แถมจะลืมไมได้เลย ปลั๊กราง ที่เอาไป มีทั้งหมด 8 เต้า ดูไปแล้วไม่น่าจะพอสำหรับตาเก่งแต่ไม่เปงไรเรื่อยๆ ก้อเตรียม I-POD โหลดเพลงเข้าไปฟังตอนเดินทางจะได้ไม่เหงา ยัดเพลงไป 273 เพลง รวมความยาวประมาณ ฟังได้ 1 วัน เพราะงานนี้ฟังไปให้หลับ และเตรียม ยาอมแก้ไอ เพราะเป้นภูมิแพ้อากาศเย็นตอนกลางคืนด้วยเพราะจะมีเสมหะ งานนี้ถ้าขาดไป ไมได้นอนเพราะจะไอทั้งคืน ส่วนอย่างอื่นก้อเรียบร้อยหมด งานนี้จะไปถ่ายรูปมาให้ชมกันนะเด้อ คืนนี้จะนอนแล้ว พรุ่งนี้เช้ามีประชุม ตอนเยงก็ออกเดินทางต่อ สำหรับทริปแรกของตาเก่งเลยสำหรับปีนี้ที่จะออกเดินทาง

    February 04

    การเตรียมตัวก่อนเดินทาง ไปปาย เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคนชอบเดินทางไปบ่นไป

    การเตรียมตัวก่อนเดินทาง ไปปาย

    ครั้งนี้ตาเก่งจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมจะต้องเช้กสภาพอากาศว่าที่นั้นเป็นยังไงเพื่อความเตรียมพร้อมในการเดินทาง ซึ่งตาเก่งได้เช้กสภาพอากาศ คาดกรณ์ระหว่างวันที่ 8-9 ก.พ. 51

    พยากรณ์อากาศ 7 วัน

     

     

     

     

     

    วันนี้
    03/02

    พรุ่งนี้
    04/02

    อังคาร
    05/02

    พุธ
    06/02

    พฤหัสบดี
    07/02

    ศุกร์
    08/02

    เสาร์
    09/02

     

    30 °C

    16 °C

    อากาศเย็น

     

    30 °C

    18 °C

    อากาศเย็น

     

    30 °C

    18 °C

    อากาศเย็น

     

    30 °C

    18 °C

    อากาศเย็น

     

    30 °C

    18 °C

    อากาศเย็น

     

    30 °C

    18 °C

    อากาศเย็น

     

    30 °C

    16 °C

    อากาศเย็น


    สรุปได้ว่าตอนนี้สภาพอากาศตอนนี้ถือว่าชิว ชิว ช่วงกลางวัน แต่กลางคืนหนาวซิบหายเลย จะต้องเตรียมเสื้อผ้าไปพวกเสื้อกันหนาว ดีไม่ดี น้ำไม่ต้องอาบเลยตอนเช้า ตอนนี้ก้อเหลือเตรียมสัมภาระที่จะต้องเอาไป และจะต้องล้าง
    CCD กล้องอีก หลังจากเจอฝุ่นเกาะไปหลายจุดเลย และล้างทำความสะอาดเลนส์ เอาไปตากแดด เจอแสงอาทิตย์ บ้างแค่อาทิตย์ละครั้งเพื่อป้องกันรา กับฝ้าถามหา ตอนนี้เหลือคิดจะขนเสื้อผ้าไปกี่ตัว เพราะงานนี้ คงได้ขนเป๋าเสื้อผ้าและอุปกรณ์แบบ บ้าหอบฟางอีก เพราะ ทริปไหนตาเก่งขนสัมภาระได้บ้าหอบฟางมาก ครั้งก่อนไปทริปเกาะยาว น้ำหนักกระเป๋าที่เอาไปแค่กระเป๋าเสื้อผ้า 14 โล ยังไม่รวม กระเป๋ากล้อง กระเป๋าเป้ใส่โน๊ตบุ๊ต

    รวมก็ 20 กว่าโลได้ครั้งนี้จะต้องวางแผนดีมากกว่าเดิมเพราะ การเดินทางครั้งนี้ไมได้ไปเครื่องบิน แต่ต้องนั่งรถทัวร์ ซึ่งนั่งรถกันตูดบานกันเลยครั้งนี้ แถม เจอคนขู่ว่ากว่าจะถึงปาย ได้เมาพันกว่าโค้งอีก งานนี้เลยจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม ซึ่ง คาดเดาในการเตรียมเสื้อผ้าสำหรับ 5 วัน 4 คืนแล้ว คงใส่กางเกงยีน เอาไป 2 ตัวใส่สับขาหลอกกันไป รองเท้าคงเอาคู่เก่งไปคู่เดียว ที่เน้นใส่สบาย เสื้อกันหนาวตัวนึง และที่ขาดไมได้ อุปกรณ์สร้างความบันเทิงแก่กันฟังตอนเดินทางก็ I-POD NANO อีก แถมจะต้องเอาปลั๊กรางไปด้วย เพราะโรงแรมที่เคยไปพักมา ทั่วฟ้าเมืองไทย มันมีปลั๊กให้แยอะที่ไหน เพราะอุปกรณ์ของเก่งที่จะใช้เสียบ มีชาร์จแบตกล้อง ถ่านชาร์จใส่แฟลช ชาร์จ I_POD NANO เสียบโน๊ตบุ๊ต ชาร์จPDA ชาร์จโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รู้ไว้บ้างว่า ปลั๊กที่โรงแรมมันจะพอได้ยังไงสำหรับตาเก่งเนี้ย ไม่เคยเจอที่ไหน ให้ปลั๊กเกินความต้องการเลย เซงจริงๆ เคยไปพักอยู่ที่ มีปลั๊กแค่ 3  จุด อย่าเปลี่ยนที่พักใจจะขาด เซงมากเลยตอนนั้น ส่วนตอนนี้ก้ลุ้นที่พักว่าขอให้มี ปล่อย  Wireless แล้วกันจะได้เช้กข่าวสารบ้านเมือง ขอพักแค่นี้ก่อนกับการเตรียมตัวเดินทางไปปาย วันที่ 6-10 กุมภาพันธ์