Ta-KeNg님의 프로필performance by Ta-KeNg사진블로그리스트기타 도구 도움말

Surachai Numnuan Ta-KeNg

직업
사진(1/42)
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
잠시만 기다려 주세요...
죄송합니다. 입력한 댓글이 너무 깁니다. 내용을 줄여 보세요.
입력한 내용이 없습니다. 다시 시도해 보세요.
죄송합니다. 지금은 댓글을 추가할 수 없습니다. 나중에 다시 시도해 보세요.
댓글을 추가하려면 부모님의 사용 허락이 필요합니다. 허용 요청
부모님이 댓글 기능을 해제한 상태입니다.
죄송합니다. 지금은 댓글을 삭제할 수 없습니다. 나중에 다시 시도해 보세요.
하루에 남길 수 있는 댓글의 최대 한도를 초과했습니다. 24시간 후에 다시 시도해 보세요.
회원님의 계정은 다른 사용자에게 스팸 메일을 보낼 수 있다고 여겨지므로 댓글 기능이 비활성화되어 있습니다. 이 설정에 문제가 있다고 생각되면 Windows Live 지원에 문의하시기 바랍니다.
댓글을 남기려면 아래 보안 검사를 완료해야 합니다.
보안 검사에 입력한 글자는 그림 또는 오디오에 있는 글자와 일치해야 합니다.
aoy님이 남긴 글:
ยิ้มแฉ่งหวัดดีน้องชาย   พี่อ้อยแวะมาเยี่ยม  ขยันเข้าไว้
เดี๋ยวรวยเอง   ของขวัญผูกโบ
1월 18일
sejaiporam​ornphan님이 남긴 글:
แหมมมมมมมม...ขยันจริง จริ๊ง รูปสวยนะค่ะ วันหน้าจะแวะมาชมอีก ...5555
ไอ้อ้วนเอ๊ย....555
12월 24일

Windows Media Player

performance by Ta-KeNg

If you still love a person that you think has forgotten you...tell her/him. Maybe that person have always loved you.And if you don't tell her/him today, tomorrow can be too late.
Design by Ta-KeNg
5월 22일

สอนแนวทางชี้แนะ การจัดออกแบบ ARTWORK แบบลูกทุ่งๆ


การจัดทำ ARTWORK ทำได้ไม่ยากขอให้แค่คุณใช้ Photoshop และรู้จักใช้เครื่องมือได้เป็นอย่างดี
อ้าวทำไมจะต้องรู้จักด้วยหล่ะแล้วใช้ไมได้หรอ ใช้หล่ะก็ใช้ได้แต่ไม่เต็มที่ ถ้าไม่รู้จักเครื่องมือใช้เครื่องมือ
ก้เหมือนไม่รู้ถึงแก่นแท้ของการทำ เอาง่ายนะครับ ส่วนการทำ ARTWORK เวลาทำเนี้ยปล่อยให้สมองแล่น
อย่าไปคิดเรื่องอื่น ถ้าอยากจะคิดมันก้เรื่องของคุณ 555  ส่วนการคิดแบบนะครับ ให้หาดูตัวอย่างตามเว็บ

ถ้าจะเสนอคงแนะนำ http://www.thebestdesigns.com/ เว็บนี้ชอบเข้ามาเสพงานต่าง เพราะเหมือนเรา
อย่าพยายามเป็นกบในกะลา เอาแต่ปิดกั้นตัวเองนะครับอันนี้ไม่แน่นำเลย เพราะคุณจะอยู่แต่กับที่ไม่ได้
ไปไหน ต่อมาก็พยายามหาวัตถุดิบเพื่อใช้ในการทำ ARTWORK ก็มีพวก brushes หรือพวกรูปที่สามารถเอา
มาประกอบได้อันนี้ อยู่ที่ตัวคุณแล้ว ถ้าชอบแนวการทำแบบไหนก้พยายามศึกษาจนเป้นแนวทางในการพัฒนา

ฝีมือคุณไปได้แล้ว และที่ขาดไม่ได้พยายามศึกษาเทคนิคการตกแต่งภาพให้มากถึงมากี่สุดที่จะสามารถเสพเข้า
ไปได้ ต่อมาอีกถ้าคุณรู้จักการใช้เครื่องมือเป็นอย่างดี จะกลายเป็นก้าวขึ้นมาอีกครั้งของนักออกแบบคือศึกษา
เรียนรู้เรื่องเทคนิคยิ่งรู้มากก็สามารถนำมาบรรเลงฝีมือเข้าไปได้อีกและประยุกต์ใช้ และกันมุกตันเวลาไม่รู้จะออกแบบ
ยังไงก็ใช้เทคนิคใส่เข้าไปรับรองคุณจะสามารถผลิตผลงานออกมาได้อย่างไม่มีวันหยุดยั้ง แต่ถ้าเมื่อไรคุณตัน

อย่าไปฝืนทำพักสมองซะ หาอะไร relax บ้าง เช่นไปไม้เอก ดูนารีเริงระบำก็ได้ก้ไม่มีใครว่า เพราะ ตาเก่งทำบ่อย 55
หรือเปิดดูหนังให้ผ่อนคลายจากการที่ใช้สมองมานาน เรื่องตันเนี้ยเกิดได้ทุกคนแถมตันทีเล่นเดินไม่เปงเลยทีนี้
ท่องให้ขึ้นใจว่า ว่าสมองคุณตันคิดไม่ออก อย่าไปทำ ถึงคุณฝืน ก็ไม่มีวันออกคงจะเข้าใจนะ และลืมไปที่ขาดไมได้
สำหรับงานออกแบบ ARTWORK คือ ความละเอียดอ่อนในการตรวจเช้กในการทำว่าสิ่งที่คุณทำมันมีผิดพลาดมั้ย

อันนี้หลายคนมองข้ามและตัวผมเองด้วยที่ชอบพลาดเรื่องเล็ก แต่สุดท้ายทำให้ซิบหายได้เลยถ้าเป็นงานที่เจอลูกค้า
ที่มีความละเอียดอ่อนกับงานอันนี้ ควรท่องให้ขึ้นใจเลย ว่าจะต้องรอบคอบ และละเอียดอ่อน และมาขอจบกันแบบ
ดิ้อไปแล้วกัน เพราะได้แต่ชี้แนะ ถ้าให้สอนก้คงไมได้ของแบบนี้อยู่ที่การฝึกและเรียนรู้ด้วยตัวเอง เพราะตัวผมเองไม่ได้
เก่งอะไรเลย รู้จากใช้ Photoshop และ Illustrator ตั้งแต่สมัย ปวช มาถึงตอนนี้ก็ร่วม 10 กว่าปีได้ ไม่ได้เก่งระดับฝีมือ

เทพแต่ใช้เท่าความสามารถที่ตัวเรามีออกมาใช้ เพราะการเรียนรู้สิ่งต่างมันไม่มีวันที่สิ้นสุด บางครั้งมีลองผิดลองถูก
บ้างเป็นบางครั้ง ส่วนเรื่องเทคนิคลองหาดูจากใน google ดูนะครับมันมีแยอะมากจนแบบว่า ชอบเทคนิคแบบไหน
ศึกษาไปเลย งานนี้มีรุ่ง แบบ win win อย่างแน่นอน


5월 11일

การวัดแสงแบบลูกทุ่ง


เอามาต่อกันเลยเรื่องการวัดแสง หลังจากเรื่องมุมมอง เรามาต่อกัน
เลยดีกว่าจะไมได้เสียเวลา การวัดแสง อันนี้ใครก็วัดแสงได้ แต่ใช่ว่า

วัดแสงพอดีแล้วจะได้รูปสวยตามที่ต้องการบางสำหรับการวัดแสงนั้น
ก่อนถ่ายทุกครั้งต้องวัดแสงใหม่ทุกครั้ง เพราะแสงอาจจะเปลี่ยนได้

ตลอดเวลา การวัดแสงเป็นการเอากล้องเล็งไปที่จุดใดๆ ที่ต้องการวัดแสง
กดชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่งเพื่อให้กล้องโฟกัส ไม่จำเป็นจะต้องเชื่อกล้องตลอด

ว่าวัดแสงแม่น ให้เราใช้ประสบการณ์ในการวัดแสงพอ โดยหัดลองถูกผิด
ไปก่อน ไม่จำเป็นจะต้องเข้าใจอะไรวิชาการมาก เน้นให้เราลองวัด

ด้วยตัวเองไปเลย แต่วิชาการเอาไว้แค่เป็นแนวทาง เพราะเห็นหลาย
คนถ่ายรูปมาสวยมากแสงสวย เขาไมได้วัดแสงพอดีเลย อันจะถ่ายโอเวอร์

ไปบ้างถ้าถ่ายวิวทิวทัศน์ ถ้าอยากได้ท้องฟ้าสีเข้ม ก็ใช้ฟิลเตอร์ พวก CPL
หรือถ้าไม่มี ก็ถ่ายให้อันเดอร์ดูฟ้าก็สีเข้มได้ แต่สีจะม่เข้มสู้ CPL ไม่ได้

หรือยามเย็น อยากให้แสงพระอาทิตย์ตกดินสวย วัดแสงได้ไม่ยากเลย
แค่ถ่ายให้อันเดอร์ดู แต่ถ้าถ่ายโอเวอร์มาภาพจะออกมาอีกแบบเลย

ก็พยายามหัดลองผิดลองถูกดูนะครับ การวัดแสงจึงเป็นการหาค่าแสง
ในขณะนั้น เพื่อหาค่ากลาง ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนไปได้

เพื่อให้ตรงความต้องการของผู้ใช้ อย่าไปยึดติดอะไรมากับการวัดแสง
พอดีอาจจะพอดีตัวกล้องแต่ม่าพอดีตัวของเรา และในตัวกล้องจะมี

การวัดแสงหลายแบบในตัวกล้อง แบบจุด 1 % แบบหนักกลาง
แบบเฉลี่ยแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายส่วน หรือวัดแสงเฉาพะจุด

แต่ถ้ามือใหม่จะหัดวัดแสงก้คงจะแนะนำเฉลี่ยหนักกลาง จะวัดแสง
ได้ง่าย จนคล่องค่อยมาศึกษาการชดเชยแสงต่อ ไมได้อยากอย่าง

ที่คิด เช่น ถ่ายรูปเดียวกัน วัดแสงมา 3 ครั้งแต่จะถ่ายแบบ วัดแสงโอเวอร์
วัดแสงพอดี วัดแสงให้อันเดอร์ คุณก็จะได้ภาพ 3 แบบนะครับ

คงจะไม่แนะนำอะไรมาก เพราะเน้นให้ศึกษาด้วยตัวเองเป็นหลัก
จะไม่ค่อยเน้นวิชาการ เพราะมันไม่เห็นภาพเท่าเราถ่ายจริง

หรือหากอยากรู้เรื่องวิชาการ ของการวัดแสง ก็มีหลายเว็บมาก
ถ้าสนใจจะได้แนะนำไปอ่านนะครับ ก็เหมือนเดิมนะครับ ของ

แบบนี้ถ้าเราไม่ได้หัดลองผิดลองถูก ก็คงไม่มีวันจะเก่งขึ้น
สำหรับเรื่องนี้ ขอให้เป็นข้อคิดนะครับ
 

5월 7일

มุมมองที่คุณสามารถทำได้


 

สำหรับมือใหม่ที่อยากหัดถ่ายรูป วันนี้ตาเก่งขอแนะแนวทาง
ให้นิดนึง เพราะมีคนมาถามแยอะพอสมควรว่าอยากถ่ายรูปสวย

ทำไงดี ใช้กล้องคอมแพ็ค มันไม่สวย หรือจะต้องใช้กล้องยี่ห้อ
ไหนดี อันนี้ตาเก่งมีคำตอบให้นะครับ ไม่ว่าคุณจะใช้กล้องแบบ

ไหนก็ถ่ายสวยได้ เหมทือนประโยคยอดฮิตที่ว่า แม้จะถือไม้ไผ่
ก็ไร้เทียมทานได้ อันนี้จริงหรือไม่ คำตอบก็ตอบได้ง่าย และมี

วิธีง่าย ให้ไปลองทำดู อันแรกทำไมรูปสวยจังเลย อันนี้อยู่ที่
คนหลังกล้องหล่ะสิถามมาได้ ใครจะให้เก่งมันถ่ายเองได้หรอ

ถ้าไม่มีคนหลังกล้องเป็นคนกด อันนี้อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน
จะมีแนวทางการถ่ายที่ไม่เหมือนกัน แต่แม้แต่มุมมอง ใช่ว่าจะ

เลียนแบบได้ มุม เดียวถ้ามีคนมารุมถ่ายซะ 10 คน ก็ได้แล้ว
10 มุม จะมีหรอ 10 คน จะถ่ายออกมาเหมือนได้หมด ถ้าเหมือน

กันนะ งานนี้ตาเก่งจะขอลาบวชเลย เพราะเคยจะเลียนแบบมุม
แต่ก็ไม่เหมือน อันนี้ถือว่าเป็นความสามารถเฉพาะตัวเลยทีเดียว

 เพราะมุมมองที่ดีอยู่ที่เราได้ดูรูปคนเอามาโพสกัน ดูให้ผ่านตา
ว่ารูปแต่ละรูป เขาจะมีความหมายในการสื่อของแต่ละรูป หรือ

การจัดวางองค์ประกอบ สำหรับเรื่องมุมมองขอให้เราเป็นเหมือน
ศิลปินระดับโลกไปเลยที่ จะถ่ายทอดงานออกมา อย่าไปวิตกกังวล

ว่าจะไม่สวย บางทีมุมบางมุมถ่ายออกมาคุณว่าธรรมดา แต่มีอีก
หลายชีวิต มาดูว่า โอ มันช่างมีพลัง อย่างไม่น่าเชื่อ อันนี้แล้วแต่

บุคคลแล้วกันเพราะบางงงาน ตาเก่งถ่ายรูปออกมาบางทีก็มุมตัน
ก็มี บางรูปถ่ายไม่ได้ตั้งใจ ทำไมมันออกมาดูดี แต่บางทีตั้งใจ

กับรูปที่จะถ่ายออกมา ผลออกมาไม่เป็นผลที่ตั้งใจมันก็มี ยังไง
เวลาถ่ายภาพ อะไรก็ตาม เปิดสมองให้โลดแล่น อย่าไปกดดัน

ตัวเองเวลาถ่าย จงไปสนุกกับมันแล้วกัน เชื่อว่าสักวันคุณจะ
สามารถถ่ายรูปได้สวย ได้อย่างแน่นอน

ปล. สำหรับการศึกษามุมมอง เชิญไปดูรูปของชาวบ้าน
ชาวช่องดู แล้วกัน ไม่ว่ารูปหมา แมว ภูเขา แม่น้ำ ไม้เสียบลูกชิ้น
เห็บหมัด เด็ก สตรี และคนชรา ก็ดูไปเถอะ ดูให้ผ่านตา ดูเพื่อ
เป็นไอเดีย ใช่คิดแต่จะก็อปมุมมองให้เหมือนคนอื่น อันนี้ไม่ขอ
แนะนำ จะทำให้เราเป็นผู้ตาม ไม่คิดริเป็นผู้นำ นะครับ
เดี๋ยววันอื่นจะมาเขียนต่อ เกี่ยวกับวัดแสง อันนี้ไม่เน้น วิชาการ
แต่เน้นความเข้าใจแบบบ้านๆ พอแล้วกัน

5월 6일

เปิดตัวโลโก้สำหรับแปะรูปถ่าย

ดึกแบบนี้ไม่รู้ทำอะไรเลยเลยเล่นเกมส์สักก็เบื่อไม่รู้
จะทำอะไรดี เลยคิดได้ว่าอยากได้รูปตัวเองขนาดใหญ่

ประมาณ
20x24 นิ้ว เลยนั่งคิดไปโน้นไปนี้ เออลืม
ว่าได้ทำโลโก้มาใหม่ สำหรับแปะรูปที่ถ่ายมา เลย

นั่งเปิดโปรแกรมโฟโต้ช้อป ส่วนใหญ่ ไม่ใช้อะไรมาก
สำหรับโฟโต้ช้อป อย่างมากเอาไว้แค่ ย่อรูป  ทำขอบ

และลงลายน้ำชื่อตัวเองในรูป เพราะส่วนใหญ่จะใช้
หันมาคบกับ Capture NX เลยลืมเจ้า  Photoshop ไปเลย

ไม่ใช้ว่า Photoshop ไม่ดีนะ แต่ขี้เกียจ เพราะส่วน
ถ่ายมาเป็นไฟล์ดิบ เลยอยากให้จบแค่โปรแกรมเดียว

พอมาถึงตอนนี้ ตาเก่งก็นั่งคิด ว่าจะทำแบบไหนดี
สุดท้ายตีเป็นพื้นดำไปเลย นั่งจัดโน้น ทำนี่ ใช้เวลาไป

ประมาณ
5-8 นาที ก็เสร็จสิ้น เวลาแบบนี้สมองแล่น
ทีเวลาทำงานได้เงินสมองกับนิ่งเลย สุดท้ายก็ทำเสร็จ

ว่าจะเอาไปติดห้องนอนเพราะไม่มีรูปตัวเองเลย ที่ออก
แนว
ART หน่อย เลยอยากทำออกมาเป็นโทน ดำ แดง

เพราะสีแดงเป็นสีที่ชอบ สีหนึ่งเลย ประมาณว่าจะถูกจะ
แพงขอแดงไว้ก่อน ส่วนสีดำ เป็นสีที่ทำให้สีแดงเด่น

และสีแดงวก็ทำให้สีดำเด่น และไม่อยากใช้สีมากกว่า
 
2 สี ในการออกแบบ วางคอมเซ็ปง่ายๆ บางครั้งเขา

ไม่ต้องจำเป็นจะต้องเลิศหรูอลังการอะไรมาก ทำให้
เรียบแต่ดูแล้วมีสไตส์ของมันเองจะดีกว่า เพราะงาน

ชิ้นตาเก่งคิดว่าเป็นงานที่เรียบมาก แต่เรียบแบบดูดี
ไม่ต้องให้รกมาก ทำออกมาก็ถูกใจนะ  แต่สำหรับ

Photoshop เนี้ยใช้ไม่ยาก อยู่ที่คุณจะเปิดรับได้แค่ไหน
และเดี๋ยวนี้ เด็กประถมก็ใช้ Photoshop กันเป็นกันมากขึ้น

ใครสนใจก็หัดลองทำดูนะครับ เพราะตาเก่ง เล่น
Photoshop มาประมาณ
17 ตอนนี้จะ 28 แล้ว แต่ไม่ใช่

เล่นมานานจะเก่งนะ ไมได้เก่งขั้นเทพ แต่ตาเก่งถนัดรีทัช
ภาพ แต่ไม่เคยเนียนซะทีเลย
55555



Ps. ถ้าคิดจะทำและอัดรูป อย่าลืม ตั้ง Resolution 300 pixels/inch
นะครับ ไม่งั้นอัดรูปออกมาต่ำกว่านั้น รูปไม่สวยไม่รับผิดชอบด้วย
นะครับ เพราะ
Resolution 300 pixels/inch ใช้สำหรับอัดรูปถ่ายนะครับ

5월 4일

เรียบง่าย และ ชิว ชิว

วันนี้ตื่นมาแบบนอนไม่ค่อยอิ่มเท่าไหร่ เพราะเจอแสงมาแย้งตา
ตื่นมาก็นอนกลิ้งไปกลิ้งมา และมีหมาตัวโปรดมานอนอยู่เฝ้าข้างๆ

ตื่นมาก็นอนราบกับพื้นแล้วเปิด
notebook แล้วก็มานั่งคอมเม้น
จนเสร็จ ก็ออกกำลังกายต่อ คือ
situp บริหารท้องช่วงบนกับล่าง

ต่อ สักพักเพิ่มเจ็บบริเวณที่ออก สรุปได้ง่ายๆเลยว่า กล้ามเนื้อ
ได้อักเสบไปแล้วถึงตอนนี้ก็ยังปวดแต่ไม่มาก แต่ถ้ายังออกอยู่อีก

มันจะตึงบริเวณหน้าท้องเลย ออกส่วนอื่นแทนไปก่อนเพื่อให้
กล้ามเนื้อ กระชับพอ จนแล้วจนรอดไม่มีอะไรทำเลยนั่งทำ สกิล

ใหม่ของ
HI5 แทน โดยมีแรงยุจากปี้นาปี โดยเก่งคิดเล่นๆ ว่า
จะทำแบบย้อยยุค แถมเจอแรงยุเลย ขออาบน้ำให้สมองแล่น

อาบน้ำเสร็จ ก็นั่งทำ จนออกมารูปแบบที่เห็นกัน ส่วนปี้นาปี
แกก็ขอว่าอยากได้
BG แบบเก่ง เลยทำให้แกอีกคน สรุป

ย้อนยุคกัน
2 คนเลย 555 แถมตอนเลือกเพลง ดันมาเลือก
เพลงเดียวกัน งานนี้ ฮาก๊ากเลย ทำไปนั่งไปก็เข้ากันดีจริง

สกิลกับเพลงที่หามาเนี้ย จนสัก
5 โมงเย็นก็ ออกกำลังกาย
อีกรอบ ก้อ
situp แบบปกติ จนคิดว่าไม่ไหวก็พัก สักพัก

มีเสียงรถกะบะขายไอติมมาขายที่หน้าบ้าน เลยสนองไป
2 ถ้วย เป็น ไอติมของท่าลาน กินไปก็โอเค เพราะนานๆ

จะกินซะทีเลยซัดไป
2 แล้วก้อพักมาคอมเม้น hi5 ต่อจน
ทุ่มกว่า ก้ออาบน้ำกินข้าว แล้วปิดคอม นอนดูทีวี สุดท้าย

หลับไปไม่รู้ตัว ถึงตอนนี้ว่าจะไปหลับอีกรอบเพิ่งจะคอมเม้น
ใน
Hi5 เรียบร้อย ช่วงนี้ใช้ชีวิตเรียบง่าย ดี เพราะไมได้

ไม่ได้ขีดอะไรมากแค่ ออกกำลังกายวันเว้นวัน แถม
อยู่แบบ ชิว ชิว ใช้ชีวิตคนเดียวแบบนี้สักพัก

รออะไรให้พร้อมว่าจะค่อยหาคนพิเศษ อีกครั้ง
รอผลกลางเดือน สรุปว่ายังไงดี

5월 2일

สิ่งที่น่ารำคาญ และสิ่งที่เกลียดที่สุด

วันนี้ไม่รู้เป็นห่า เหวอะไร ทั้งวัน จนสักพักมี 2 misscall
เป็น 2 เบอร์ โทรเข้ามา เป็นเบอร์แปลก ที่ส่วนใหญ่

ไม่ค่อยอยากจะรับเท่าไหร่ เลยลองโทรกลับไปเบอร์
แรก โทรไปกลับไปเป็นเสียผู้ชาย โทรมาถามเรื่อง

บัตรอาบน้ำ เลยใจเย็นบอกไปว่าไม่ได้ทำแล้วครับ
กรุณาให้โทรเข้าออฟฟิต แถมมีถามอีกว่าเบอร์ออฟฟิต

เบอร์อะไรเลย ย้อนว่าคุณไปเปิดดูใน website สิครับ
แถมบางทีคนใน MSN จะชอบถามว่าที่ไหนดี

น้องคนนี้ทำงานที่ไหน งานดีมั้ยหรือจะสรรหา
ถามทุกรูปแบบ ตอนแรกก็ตอบแบบใจเย็นหลังๆ

เข้าเริ่มเบื่อสิครับจากถามมามากจากไม่ค่อย
รำคาญกลับกลายรำคาญหนัก บางคนคุณโทร

ไปถามที่ร้านเองสิครับ หรือรูปนั้นผมไม่ได้ถ่าย
แล้วผมจะรู้หรอข้อมูล ไม่ใช่ว่ากั๊กอะไรทั้งนั้น

แต่เจอคนบางคนขี้ผมโน้นถามนี้ นิสัยไม่ค่อย
ชอบให้ใครถามอะไรที่ตัวเองไม่สามารถตอบได้

ก็มีคนแม่งชอบมาถามแบบนี้มันน่าเบื่อมากนะครับ
ขนาดลาวงการไปนานพอสมควร ยังมีคนมาถาม

เพราะคิดว่าเก่งมีข้อมูลแยอะ แยอะแต่เรื่องสถานที่
แต่ให้ถามเรื่องเด็กไม่ทราบจริงครับ  มาต่อกัน

หลังจากเบอร์แรกจบไปมาต่อกันเบอร์ที่ 2 กัน
เป็นเบอร์ที่สวยเป็นเลข ซ้ำกันหลายตัวแต่ 2 ท้าย

ลงท้ายด้วย 69 เลยโทรไปถามเป็นเสียงผู้หญิงรับสาย
ก็รู้เลยว่าใคร จากน้ำเสียงเพราะเป็นแฟนเก่าสมัยมัธยม

โทรมาคุย เลยถามว่ามีไร ทางฝ่ายนั้นตอบมาโทรมา
เล่นๆ ก็เลยโทรมาแบบนี้แฟนไม่ว่าหรอไงหล่ะ

ตอบมาแบบเต็มปากเต็มคำว่า ไม่ว่า ถึงจะว่าช่างมัน
เพราะตอนนี้ทะเลาะกันอยู่ เลยใส่งานนี้ ถ้าโทรมาเพราะ

ทะเลาะกันไม่ต้องวโทรมา ไม่อยากเป็นเครื่องมือใครอีก
เพราะชอบโทรมาตอนทะเลาะกันทุกที เรียกร้องความสนใจ

เลยโดนใส่ชุดใหญ่ไปรอบนึง เลยรีบวางสายหนีซะ ไม่ค่อย
ชอบเลยแบบนี้ เวลาทะเลาะกันพยายามเรียกร้องให้มาหึง

โดยการโทรหาแฟนเก่า เพื่ออะไรว่ะ ไม่ค่อยชอบเลย
ทำตัวตอแหลแบบนี้ มันน่าเบื่อมาก เซงสุดๆ เจอมาแบบนี้

อย่ามาคุยกันดีกว่า เพราะคิดว่าจะมาถามเรื่องจิปาถะทั่วไป
ดันเสือกโทรมาให้แฟนหึง บอกได้คำเดียวไม่ยินดีต้อนรับเลย

ผู้หญิงแบบนี้ เลยเซงเลยสำหรับวันนี้ เพราะเกลียดคนโกหก
ตอแหล พูดอย่างทำอีกอย่าง ทำประชดคนอื่น หรือจับได้

แก้ตัวน้ำขุ่น หรือจับได้ไม่รับ คนประเภทนี้เจอเมื่อไร
เชิญออกไปไกลส้นตีนได้เลย นะบัดยาว เบื่อว่ะ

ส่วนใหญ่ที่จะรู้ว่าคนไหนตอแหลหรือ มันรู้สึกได้เอง

Fit & Firm วันที่ 3 จุกเสียดเลย



วันนี้ตื่นมาก็
10.00 น.ได้ที่ตื่นเพราะแม่ปลุกส่งส่วยให้ตอนเช้าที่ส่งส่วย
ก็คือ กาแฟเย็นใส่กระติก มาให้กินจากนั้นก็หลับต่อจนสัก
11.00 น.

ก็เริ่มออกกำลังกายเพื่อให้
Fit & Firm หลังจากปล่อยตัวปล่อยใจมา
นานมาก เพราะเดินทางบ่อยจนไม่มีเวลาออก แถมช่วงนี้ ไม่ค่อยได้

เข้าออฟฟิต เพราะเจ้านายไม่อยู่ ถ้าเขาให้เข้าเมื่อไรก็จะโทรมาบอก
เอง ชีวิตตอนนี้ก็เรื่อยๆ แต่ดีที่ขยันรับงานนอกเลยมีรายตรงนี้อีกทาง

ประมาณว่าถึงจะตกงานประจำ แต่มีงานนอกเข้ามาอยู่เรื่อยๆ ก็อยู่
ได้ มาต่อที่ออกกำลังกายต่อ วันนี้ก็ออกส่วนไหล่ หน้าอก แผ่นหลัง

แต่ส่วนที่เน้นมากที่สุดคือ หน้าท้อง ซึ่งตอนนี้มีพุงอันน้อยนิดอยู่ เลย
ออกกำลังกายใช้ได้เวลาออกประมาณ
30 นาที ออกจนเหงื่อ ออก

แต่ยิ่งออกยิ่งมัน เลยต่อจนล้าค่อยเลิก จนนั่งพักให้ร่างกายระบาย
ความร้อนในตัวออก และละลายไขมันออกมาเป็นเหงื่อ จนเริ่มดี

ก็อาบน้ำสระผม ให้สบายตัว จนบ่ายโมงกว่า ก็ออกไปหาอะไรกิน
ข้างนอกบ้าน ไปซื้อเตี๋ยวหมูร้านประจำ สั่งพิเศษมากิน อิ่มไป

กินเสร็จก็นอนเล่นอยู่หน้า
notebook จนสัก 16.30 น. ก็เริ่มออก
กำลังกายอีกรอบจนถึง
17.00 น. เหมือนเดิมนั่งพักระหว่างพักก็

ยืมกล้องแสนรักที่ใช้มาจะ
3 ปี ตัวนี้เป็นสิ่งของที่รักอีกชิ้นเลย
ก็หยิบมาถ่ายบริเวณบ้าน เหมือนเป็นการระบายออกมาอย่างนึง





ถ่ายเสร็จก็นั่งเล่นอยู่หน้า
notebook ต่อจนหายร้อนก็ไปอาบน้ำ
อีกรอบแล้วก็ออกไปซื้อขนมขบเคี้ยว เสร็จกลับมาบ้าน ก็กินข้าว

บ้านแม่ทำผัดวุ้นเส้นให้ กินเสร็จก็ประมาณ
19.45 น. ก็แอบงีบ
เพราะความเพลียที่ได้ออกกำลังกายมา
2 รอบ ตื่นมาอีกทีตอน

20.30 น. ตื่นมาได้เวลาสวรรค์เบี่ยงมา ก็นั่งดูไปจนเข้าโฆษณา
ทีนี้ไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่าเลยออกกำลังกายบริเวณหน้าท้อง

โฆษณาทีก็ออกที ออกเซตละ
30 ที ออกไปได้ 5 รอบเริ่มจุกเสียด
เลยพักมานั่งดูจนจบ ก็นั่งเล่นอยู่หน้า
notebook นั่งไปเรื่อยเปื่อย

กับชีวิต มาถึงตอนนี้ก็เพิ่งจะอาบน้ำอีกรอบก่อนจะเข้านอน



ปล.การออกกำลังกายที่ดีควรออกเป็นเซต แล้วพัก แล้วออกส่วนอื่น
เท่าที่หาข้อมูลมา เขาแนะนำคนที่จะอยากจะกล้ามหน้าท้อง

ควรออกวันเว้นวัน ถ้าจะต้องการหน้าท้องแบนราบนั้นจะต้องออกทุกวัน
ส่วนมีคนถามว่า ทำไมถึง ฟิต มีใครสั่งมา หรือกำลังอินเลิฟกับใคร



อันนี้ตอบเลย ที่ออกไม่ได้ออกเพื่อใครแต่ออกเพื่อตัวเองให้แข็งแรง
คงไม่ต้องถามแล้วนะเด้อ ช่วงนี้ใช้ชีวิตหนุ่มโสด ตอนนี้ขอใช้ชีวิตแบบ



นี้ไปสักพัก ยังไม่พร้อมเปิดรับใครตอนนี้ รอกันยา ค่อยจะตัดผม
คงจะรอเปิดรับใครสักคน สักที เพราะไปดูดวงมาว่าอายุตอนนี้ยัง



ไม่สมควรคบใคร ถ้าคบใครจะมีแต่คนหลอกลวง ตอแหลเข้ามาใน
ชีวิต ตอนนี้เลย ใช้ชีวิตคนเดียวไปก่อน มีความสุขกับอารมรณ์ติสของตนเอง

และมีความสุขในการเดินทาง ถ้ามีแฟนคงจะต้องหนีบพาไปไหน
มาไหนด้วยแล้วสิ สู้ต่อไป สำหรับวันนี้ ตอนนี้ออกกำลังกายมาวันที่ 3 แล้ว

เพื่อนบอกว่าทำไมเหมือนออกกำลังกายมาเดือนกว่าแล้วเลยคงเพราะ
เป็นคนเจ้าเนื้อเลยไวกว่าคนที่ผอมมั้ง

4월 25일

สมองแล่นไอเดียก้อบรรเจิด

วันนี้ก็ตื่นมาแบบว่าได้นอนเต็มอิ่มหลังจากหลับๆตื่นๆมาหลายวัน
ตื่นก็นั่งเปิด
notebook คู่ใจ นั่งดูรูปดูไปดูมาก็คันไม้คันมืออยาก

ทำกราฟฟิกขึ้นมาเพราะวัตถุดิบ
 ตอนนี้แยอะมากเลยนั่งคิดอะไร
ปล่อยให้สมองแล่นเพื่อให้เกิดไอเดีย เวลาสมองแล่นงานจะออก

มาภายในไม่กี่วินาที แบบว่าใส่ๆ ไปก็ออกมาแล้วผลงานที่คิดออก
มาและได้ทำการ Calibrate จอใหม่เพื่อให้ได้สีต้องตามสิ่งพิมพ์ออก

ตอนนี้ก็ถือว่าโอเคภาพออกมาใกล้เคียงกับที่
process ออกมา
แต่ทำออกมาได้ก็ถือว่าโอเคเลยงวดนี้ มาต่อถึงปล่อยให้สมอง

แล่นจิตนาการออกมาเนี้ยงานก็แปป ถ้าเมื่อไรสมองมึน ตัน เศร้า
อกหัก คิดงานจะไม่ออก หรือคิดออกมาจะออกแนวอารมณ์ที่เป็นอยู่

ซึ่งเอาแน่เอานอนไม่ได้กับอารมณ์ อย่างที่ว่านะทำงานจะต้องใช้
อารมณ์ในการถ่ายทอดออกมา







boomll.jpg picture by ta-keng





4월 22일

จนมาถึงวันนี้

หลังจากห่างจากวงการกลางคืน หรือธุรกิจสีเทามานานมากหลังจากได้ประกาศว่าจะวางมือ
สุดท้ายตาเก่งจะต้องกลืนน้ำลายอีกครั้งสำหรับการถ่ายรูปสาว มันเป็นเรื่องผิดมั้ยก็ไม่ผิด

ที่วางมือจากวงการตอนนั้นตอบได้เลยว่าถึงจุดอิ่มตัวไปแล้วหลังจากทำวงการตรงนี้มา
2 ปี
มีบ้างที่เบื่อจนออกไปทำนิตยสารก็ช่วยบรรเทาอาการเบื่อไปได้จนมาวันนี้ได้กลับไปถ่าย

รู้สึกตื่นเต้นมั้ยตอบได้เลยมีแต่ไม่มากส่วนเรื่องเกร็งนี่ไม่มีเลย แต่วันนี้ที่ไปร่างกายไม่เต็มร้อย
ผลมาจากนอนซมเป็นพิษไข้ และหวัดลงคอทำให้ไอและเจ็บคออย่างมาก ตลอดระยะเวลาการ

ทำงานในวันนี้ตาเก่งรู้สึกว่าร่างกายตัวเองไม่ไหว การหายใจตลอดการทำงานหายใจแบบ
โรยรินมาก หายใจไม่ค่อยทันและหายใจถี่มากและรู้สึกแน่นหน้าอกมาก แต่ก็ฝืนทำงานจน

ทำงานเสร็จได้อากาศนี้เกิดจากผลข้างเคียงที่ได้สูบบุหรี่มาเป็นระยะเวลา
10 กว่าปีได้
และปีที่แล้วตาเก่งก็เลิกบุหรี่ขาดไปเลยแบบหักดิบเลยกลายเป็นผลข้างเคียงของระบบหายใจ

จะมีเสมหะแยอะมากบางทีไอจนน้ำหุน้ำตาไหลจนตาแดง ไอจนบางทีเกือบวูบไปเลย จนจะต้อง
พยุงตัวให้เคลื่อนไหวน้อยที่สุดและหาที่นั่งพักจนกว่าอาการจะดีขึ้น เรื่องนี้เกิดขึ้นแบบว่า

ไม่เคยคาดว่าตาเก่งจะต้องมาเจอแบบนี้จากเมื่อก่อนร่างกายแข็งแรงมาก มาถึงทุกวันนี้
ตรงกันข้าม เวลาเจอสภาพอากาศที่แย่หน่อยก็เป็นภูมิแพ้ จนแม่บอกว่าไปตรวจร่างกาย

ก่อนเถอะ แต่ด้วยความดื้อของตัวเองก็ไม่ยอมไป ถ้าไม่หนักจริงตาเก่งไม่มีวันไปหาหมอ
เป็นอันขาดยังไงก็อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองให้มากระวังจะเหมือนตาเก่งตอนนี้

4월 16일

จุดหักเหและตัดสินใจ

ตอนนี้ได้คิดเรื่องราวที่ผ่านมาสักระยะนึง เรื่องที่จะเดินข้างหน้าต่อไปยังไงดี
กับการดำเนินชีวิต โดยมีเรื่องการทำงานว่าจะทำงานบริษัทต่อดีหรือจะออก
มารับงานเอง เต็มรูปแบบการคิดและตัดสินใจครั้งนี้ เป็นอีกครั้งนึงในการตัดสินใจ
 
ครั้งแรกก็คิดเรื่องเปลี่ยนงานซึ่งใช้เวลาตัดสินใจ ครึ่งปีกว่า ทุกครั้งที่จะคิดอะไร
สักอย่างจะต้องทำอะไรบางอย่างคิดไปเรื่อยๆเหมือนกับการเดินซึ่งเป็นวิธีที่ทำบ่อยมาก
ซึ่งทำให้สมองคิดอะไรได้เรื่อยกับการเดินต่อไป เหมือนเปิดรับสิ่งรอบข้างให้เข้ามาปะทะ
 
หน้าเราเอง เวลาคิดอะไรได้เหมือนโดนตีแสกหน้าเลยทีเดียว แต่บางทีก็เดินได้เรื่อยเปื่อย
มีครั้งนึงเดินจากหน้าอาร์ซีเอ ยันสี่แยกคลองตันระหว่างเดินก็คิดอะไรต่อออะไร ไปบางทีก็
เหมือนเป็นคนอารมณ์ที่เข้าใจยากมั้ย ตอบเลยว่าไม่ยาก ถ้าเข้าใจและนิสัย แต่บางทีก็ไม่
 
สามารถเดาอารมณ์ตัวเองได้ในบางครั้ง จนทุกวันนี้ก็เริ่มคิดอะไรต่ออะไรมากขึ้น
คิดว่าว่าพรุ่งนี้จะทำยังไงกับชีวิต จะจัดการชีวิตยังไงดี ตอนนี้เริ่มกลับมาคิดอีกที
เหมือนเป็นการเรียบเรียงเรื่องราวที่ผ่านมา กลับมาคิดและตัดสินใจ เพราะตัดสินใจ
 
แต่ละทีมันจะสามารถไปในทางที่ดี หรือแย่ลงก็ได้ แต่บางครั้งก็เหมือนเป็นการวัดดวง
เพราะว่า "เราไม่รู้จักคำว่าล้มเหลวมาก่อน ก็ไม่สามารถหาความสำเร็จของชีวิตได้
จึงทำให้จะต้องรู้จักคำว่าลำบากมาก่อนที่จะสุขสบาย" จะทำให้ชีวิตเรามีคุณค่ากับตัวเราเอง
 
 
 
 
4월 1일

ทริปเดือนมีนา 2551

ชีวิตคือการเดินทาง ดีๆ นี้เอง ทุกวันนี้ได้ไปทำงานถ่ายรูป ไม่เคยคิดว่าจะได้ออกมาท่องเที่ยวถ่ายรูปขนาดนี้  เหมือนตามหา สิ่งแปลกใหม่ให้กับชีวิต หาประสบการณ์ให้กับตัวเองมากขึ้น ซึ่งล่าสุดเดือนมีนาได้ไปหลายที่มาก โดย คนจัดทริป คือพี่ตู่ โดยมีตาเก่ง คนใจง่าย พี่ตู่ชวนไปไหน เก่งไปหมด เลยโดนแกแซว ประจำเลยว่า ตาเก่ง ใจง่าย ชวนไปไหนไปหมด แค่ขอให้มีถ่ายรูปไปหมด อิอิอิอิ ทริปเดือนมีนาคม ได้ไป ที่แรก ก็ เพชรบุรีงานว่าว ไป 2 วัน กลับมาก็ ไปชลบุรี 2 วัน รับงานที่ออฟฟิตเก่าไปใช้แรงงาน กลับมาก็ฉะเชิงเทรา 2 วัน อีกวันก็ออกเดินทางไป นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ 4 วัน กลับมาอยู่ กรุงเทพฯ 1 วัน ก็ไป นครราชสีมา 3 วัน ถ้ามีต่อก็ไปต่อ พอดีพี่ตู่เขาพักก่อน 2 อาทิตย์ คงจะออกเดินทางต่อ หลังสงกรานต์  ค่อยคิดอีกทีว่าจะไปถ่ายรูปที่ไหนต่อ 
 

คลิกเลยพี่น้องครับ
คลิกที่รูปเลยนะเด้อ รูปที่ได้ไปถ่ายมาในเดือนมีนาคม
 
3월 17일

โกบู๊

เอาหน้าตาเจ้าก๋วยเตี๋ยวต้มยำไข่ลวก ร้านโกบู๊ รสซิ่งมาให้ดูกัน


ซื้อมาจากร้านสดๆ เลยรีบถ่ายก่อนที่จะเย็นเส้นจะอืดซะก่อน

หน้าตาของถุงก๋วยเตี๋ยวต้มยำแห้งที่ยังอยู่ในถุง

น้ำซุปนะครับร้านนี้ยิ่งดึกน้ำซุปยิ่งหวานมาก เคยไปกินตอนตี 4 น้ำซุปหวานสุดๆ แต่ตอนที่ไปซื้อน้ำซุปยังไม่หวานนะครับ
เครื่องปรุงจะมีให้แค่เท่านี้ครับพริก น้ำตาล น้ำส้มสายชู

ไข่ไก่ ที่ลวกมาแล้ว 2 ฟอง

แกะถุงก๋วยเตี๋ยวมาใส่ชามหน้าตาประมาณ ถ้าไปกินที่จะอีกหน้าตาหนึ่งเลย

เทน้ำซุปหอมหวานใส่ในถ้วย

เอาภาพเต็มๆๆมาให้ชมกัน

ซูมเข้ามาใกล้ก่อนที่จะตอกไข่ใส่ อิอิอิ

หน้าตาไข่ลวกก่อนที่จะตอก

ตอกไข่ไปแล้ว ทั้ง 2 ฟอง

ซูมไข่ลวกเข้ามาใกล้ๆ อีกเริ่มหน้ากินยัง

และก็ตีไข่ให้เข้ากับเส้นก๋วยเตี๋ยว

บางคนบอกว่าจะกินได้หรอ กินได้ครับรสชาติเนี้ยไม่ลองไม่รู้

กินไปเรื่อยๆ จนเหลือแต่หมูสับอิอิอิอิ

อร่อยจริงๆเริ่มอยากกินแล้วสิ

จนสุดท้ายกินจนหมดเรียบร้อย ขอบคุณที่ติดตามจนจบนะครับ
2월 28일

ตัดใจและยอมรับ

 เ รื่ อ ง . . .  เ ดิ ม . . .   ที่ เ ร า นั้ น . . .  ท น ดู . . .  อ ยู่ อ ย่ า ง ไ ร้ ท า ง อ อ ก



คื อ ค ว า ม จิ ง ที่ เ ร า เ ก็ บ ไ ว้ . . .



ฉั น. . .  เ ข้ า ใ จ. . .  แ ต่ จ ะ ยื้ อ . . . ทำไม. . .  เ มื่ อ ค ว า ม รัก ห ม ด ไ ป



คำ ทุ ก คำ ก้ อ ห ม ด ค ว า ม ห ม า ย . . .



. . .  พ ย า ย า ม เ ท่ า ไ ร . . .



มั น ยั ง ทำ ใ ห้ ใ จ เ ธ อ กั บ ฉั น . . .  ห่ า ง กั น ไ ก ล แ ส น ไ ก ล



ร อ เ ว ล า ใ ห้ ผ่ า น . . .  มั น ก ลั บ ดู เ นิ่ น น า น . . .  ห ม ด ห น ท า ง ที่ เ ร า จ ะ ก ลั บ ไ ป . . .



ตั ด ใ จ . . .  แ ล้ ว ย อ ม เ ป็ น ค น . . .  ผิ ด ห วั ง. . .



รั บ รู้ ใ น ค ว า ม ผิ ด พ ลั้ ง . . .  ที่ เ กิ ด ขึ้ น เ พ ร า ะ เ ร า . . .



ปิ ด บั ง . . .  ใ น ทุ ก ๆ สิ่ ง . . .  เ ปิ ด ใ จ รั บ ค ว า ม จิ ง. . .  กั น สั ก ที



ท น กั น ไ ป . . .  มี แ ต่ ช้ำ  หั ว ใ จ . . .  จ ะ อี ก น า น แ ค่ ไ ห น. . .



ข อ ใ ห้ มั น จ บ ไ ป  สั ก ที . . .



. . .  พ ย า ย า ม เ ท่ า ไ ร . . .



มั น ยั ง ทำ ใ ห้ ใ จ เ ธ อ กั บ ฉั น . . .  ห่ า ง กั น ไ ก ล แ ส น ไ ก ล



ร อ เ ว ล า ใ ห้ ผ่ า น . . .  มั น ก ลั บ ดู เ นิ่ น น า น . . .  ห ม ด ห น ท า ง ที่ เ ร า จ ะ ก ลับ  ไ ป . . .
2월 14일

เดินทางวันที่ 2 มุ่งหน้าสู่ปาย

วันที่ 2 การเดินทางมุ่งหน้าสู่จุดหมาย

ตื่นมา 7 โมงเช้า ตาเก่งก็ตื่นมา ตั้งสติ อาบน้ำ อาบท่า ให้เรียบร้อย ตาเก่งก็ออกไปนั่งกินกาแฟต่อ นั่งสูดอากาศยามเช้า ของ โรงแรม อิมพีเรียท ธาทา แม่ฮ่องสอน ได้ว่า ธรรมชาติมาก ยิ่งได้เห็นทะเลหมอกยามเช้า ทำให้สดชื่นมากยิ่งขึ้น นั่งไปหยิบจานหาอาหารเช้ามากิน ก้ไปนั่งกับพี่ตู่ พี่กิ๊ก พี่บอย นั่งคุยกันเฮฮา ตาเก่งก็แซวพี่ตู่ เรื่องที่พี่หลับไปก่อน ก็เฮฮากัน นั่งกินอาหารเช้า กินกาแฟ น้ำส้ม ปาท่องโก๋ ขนมปังอีก จนสักพักพี่บอยก้ไปสัมภาษณ์ผู้จัดการของโรงแรม เก่งก็ไปช่วยพี่เขาจัดแสง จนเรียบร้อย นั่งรอสักพัก รถตู้ก็ออกมารับ พาไปแต่ละที่ เช่นหมู่บ้านที่ทำน้ำมันงา ได้ดูกระบวนการผลิตน้ำมันงา และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ และไปชมสัตว์ที่ทำงาน พวกวัว ควาย

 

และก็ถามว่าวัวกับควาย สัตว์ตัวไหนทำงานดีกว่า ได้คำตอบว่า ควายทำงานดีกว่า แต่ขี้ร้อน แต่เป็นวัว จะดื้อ ทำงานได้แต่สู้ควายไม่ได้เลย และสัตว์เลี้ยงในนั้น วัว ควาย ที่นั้น ล่ำมาก เพราะได้กินกากงา มากิน  และก็เดินถ่ายรูปเรื่อยๆจนเรียบร้อย ก็นั่งรถต่อที่ ภูโคลน ที่นี้ขึ้นชื่อมากเลย สำหรับ เสริมความหล่อและความงาม ก็ยืนฟังวิทยากร ให้ความรู้เกี่ยวกับโคลนที่ใช้ จะต้องผ่านกระบวนการจนเรียบร้อยถึงจะฟอกหน้าได้ จน
วิทยากร พาไปชมสระน้ำแร่ ที่เดียวในเมืองไทยที่มีวิวเป็นภูเขา ชมที่ห้องเขาฟอกโคลนกัน คนแยอะมาก วิทยากรก้ถามว่ามีใครจะสนใจฟอกโคลนมั้ง ตอนแรกไม่มีใครสุดท้าย ตกมาที่เก่ง กับพี่ตู่ คู่ซี้ต่างวัย โดยล้างหน้าด้วยสบู่โคลน และล้างออก เช้ดหน้าให้แห้ง และก็นอน รอพนักงาน ฟอกโคลนให้ ดูหน้าตัวเองแล้ว พี่ตู่บอกว่า เราฟอกโคลน เนี้ย เหมือนค่างแว่นเลย ก็หัวเราะกันเฮฮา นั่งรอว่าโคลนที่ฟอกไว้ กว่าจะแห้งใช้เวลา 15 นาที  คนที่ไปฟอกโคลนเนี้ยมีตั้งแต่วัยรุ่นจน ผู้ใหญ่ มีทั้ง อาซึ้ม อาม่า มาใช้บริการกันแยอะมาก ตาเก่งรอจนโคลนแห้ง ก้ใช้น้ำล้าง จนสะอาดและใช้สบู่โคลน ล้างอีกรอบ เช็ดหน้าให้แห้ง และพนักงานจะฉีดน้ำแร่ให้เรียบร้อย งานนี้หน้าเด้งเลย
ครับหน้าตึงมาก และดูเนียนมากเลย ก็สักพักวิทยากร ก้ให้ของฝากให้กับพวกเรา และถ่ายรูปไว้เป้นที่ระลึกกัน ของฝากที่ให้เป็นสบู่โคลนของภูโคลนนี้เอง ตอนนั้นก็เริ่ม  ไปกันต่อ ตาเก่งก้หลับไปตื่นมาอีกทีตื่นมาไม่รู้อยู่ที่ไหน ก็เป็นร้านอาหาร เจอเจ้าของร้านแสนสวยได้เลย ออกหมวย ทำทุกอย่างในร้าน ทั้งรับออเดอร์ คิดเงิน ชงชา มาถึงก็นั่งหาโต๊ะนั่งกินข้าวกัน สภาพร้านเป้นร้านรินน้ำ และด้านข้างเป็นบ้านสร้างด้วยบิน และมีพวกของฝากขายมีทั้งใบชา ไวน์ และขนมอบแห้งเป็นของฝาก มีพวกอุปกรณ์ชงชา อาหารยูนานเนี้ยตาเก่งไม่เคยกินเลย แต่คนในร้านแยอะ นั่งเต็มทุกโต๊ะคงจะคาดหวังเรื่องความอร่อยได้ เพราะตาเก่ง เลือกกิน อาหารจานแรกที่มา เป็นหมู
พันปี ตามด้วยขาหมุยูนาน และตามด้วย ชาร้อนมาให้ลองชิมกัน มีชายอดน้ำค้าง กับชามะลิ มาให้ลองชิมกัน เมนูอื่นก็ตามมา มี ยำยอดใบชา หมั่นโถ ปลาสามรส ผัดผัก มาให้กินกันอิ่ม จะเห้นได้ว่าหน้าร้าน จะมีรถตู้จอดกันเต็มเพื่อมานั่งกินร้านนี้กัน เมื่อมาเที่ยวหมู่บ้านรักไทยจะต้องไปกินอาหารยูนาน และชิมชาเริดรสกัน กินกันจนอิ่มตาเก่งก้เดินถ่ายรูป จนเรียบร้อย ก็ไปสู่จุดหมายของเรา หมู่บ้านรักไทยเป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนาน อดีตทหารจีนคณะชาติ (กองพล 93)

ก๊กมินตั๊งที่นี้เป้นแหล่งปลูกใบชาและมี บ้านดินแบบดั่งเดิม ทำให้ได้สัมผัสความดิบของวิถีชีวิตได้อย่างดี ช่วงที่ไปเป้นช่วงตรุษจีน พอดีมีงานจัดการรื่นเริงเลย เยี่ยมชมหมู่บ้านรักไทย ตาเก่งก็นั่งรถงีบกันต่อเพราะตลอดทางการเดินทางเป็นทางที่โค้งมาก ทำให้บางคนเมารถได้ นั่งมารถกันต่อที่  ปางอุ๋ง ก็ไปถึงกันตอนบ่ายสองนิด ก้พบความสวยงามและสงบ เหมาะแก่คนที่ชอบธรรมชาติ จริง และที่นี้เหมาะการกางเต็นส์นอนกันได้ และมีที่พักให้นอนเหมาะแก่การมาพร้อมกันทั้ง
ครอบครัวเลย  แต่เสียดายไมได้พักที่นี้อาจจะได้ทะเลหมอกตอนเช้า อย่างแน่นอน ถ่ายรูปจนสะใจ ก้ได้เดินทางไป จุดหมายปลายทางของเรา ก็คือ ปาย กะไปให้ถึง 5 โมงเย็น ใช้ระยะทาง 120 กว่ากิโล ตลอดเส้นทางมีโค้งให้กันชวนเมามันกันมันมาก งานนี้ตาเก่งหลับไปได้แค่นิดเดียว ตาค้างเลย เจอแต่ละโค้งทำให้ท้องไส้ตาเก่ง ไปเลยงานนี้ ไปถึงปาย ครั้งแรกก็รีบไปที่พักเจอกันที่พักแล้วโอ้แม่เจ้า อยู่ติดกับทุ่งนา มีวัว แยอะเลย ตาเก่งก็เก็บกระเป๋าเสื้อผ้า เตรียมถ่ายข้อมูลลงโน๊ตบุ๊ต ชาร์จอุปกรณ์ทั้งหมดก็อาบน้ำอาบท่าจนเรียบร้อย จนหกโมงเย็น ก็ทางที่พักเตรียมอาหารมาให้กินกันแบบเต็มคราบเลยงานนี้ กินกันจนสักพักมีแก็งซ์ รถตู้มากันกันหลายสิบคันมาเป็นแก็งซ์


RS (ย่อมาจาก อาซิ้ม อาม่า) มาถึงความสงบหายไปเลยเมื่อขาก้าวถึงผืน งานนี้อารมณ์เสียเลยครับนักท่องเที่ยวแบบนี้ ทำให้เสียบรรยากาศมากเลย สำหรับคนที่มาพัก ขอบ่อนหน่อย มาถึงก็นั่งคุยกันเสียงดัง และรุมกันกินข้าว จนตาเก่งกินเสร็จเข้าไปที่พักก่อนเลย จนทุ่มนึงก็ออก    

ไปถนนคนเดิน ของปายต่อ ตอนกลางคืน ตาเก่ง มีคู้ซี้ต่างวัย เดินดูของ ตาเก่งมาถึงเจอกับของที่ขายหลากหลายและมีร้านแยอะมาก จะออกแนวไปทางข้าวสาร หรือพัทยา ไปซะแล้วสิของขาย ก็จะมีขายพวกโปสการ์ด เสื้อผ้า หมวกไหมพรม ผ้ากระเหนี่ยง และที่แปลกคืนนี้มีอาหาร ของอินโดนีเชีย ขายด้วย น่าทึ่งมาก เมืองปายตอนนี้ เติบโตไวมาก จนทำให้วิถีชีวิตหายไป ตอนนี้มีร้านเหล้า ร้านสักกันแยอะมากเลย ทำให้สภาพปายเปลี่ยนเริ่มมีความเจริญมากขึ้น นี้เองทำให้กลิ่นอายดั่งเดิมของปายหายไป แต่ก็นะกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวแล้ว บ่นพอและ ตาเก่งเดินไปก้หาซื้อหมวกไหมพรมมาใส่แก้หนาว เจอคนขายเป้นกระเหรี่ยงน่ารักดี ก็ถามราคาเท่าไหร่ ก็บอกว่า 160 บาท ก็โดนไปชิ้นนึง เดินไปอีกเจอเสื้อปาย ก็ซื้อมาอีก เพราะโดนสั่งให้ซื้อ เสื้อแบบเดียวกันจะได้ใส่เหมือนกัน เลยซื้อไป 5 ตัว ไปฝาก จนได้เวลานัดหมายที่จะไปงานเร้ก
ก้กันที่ บ้านต้นไม้ อยู่ที่ริมน้ำปาย เป้นสถานที่จัดงาน งานนี้ พี่ตู่ถามว่าอยากกินเบียร์มั้ยตาเก่งก็ตอบแบบหน้าตายว่า พี่ แล้วแต่พี่เลย อยากกินก็จัดไป แวะเข้าเซเว่นไปซื้อเบียร์ไป 6 กระป๋อง เดินกินกันชิวๆ  นั่งรถตู้กันไปงานเร้กเก้ต่อ ตาเก่งได้บัตร VIP แขวนคอเข้างาน เข้าถึงงานก็เดินกันมันเลยแบบว่ากะจัดแบบส่วนตัวมาก งานวันแรกตาเก่งเฉยๆนะงานเร้กเก้เนี้ย  ก้เดินรอบงานไปเจอสมีมอฟ พี่ตู่ก้ถามว่าน้องเก่งจะกินเปล่าตาเก่งบอกเหมือนเดิมแล้วแต่พี่ สุดท้ายได้มาคนละขวด ตอนสั่งก็เจอน้อง PG ของสมีมอฟ บอกว่าพี่สาวคนนี้ต้องสีแดง ส่วนของตาเก่งจะต้องกินขวดสีดำ ตาเก่งเลยบอกว่าไม่เอา ตาเก่งจะกินสีแดงเลมอน สุดท้ายน้องเขาก็ยอม ฮากันเลยงานนี้


เดินไปหาของกินไปตลอดงาน จนเซงสุดท้าย สรุปตาเก่งอยู่แค่ ห้าทุ่มกลับที่พัก ถึงที่พักก้นั่งกินเบียร์ที่ห้องพี่ตู่ต่อจนเบียร์หมด ตลิดทั้งทริปนี้ มีแต่ตาเก่ง กับพี่ตู่สองคนที่ขยันกินเบียร์กันจังเลย จนเที่ยงคืนเบียร์ก็หมด ตาเก่งก็ขอตัวพี่ตู่ไปนอนก่อนเพราะจะต้องตื่นเช้าอีก จบไปอีกวัน วันที่ 2 ของการเดินทางของตาเก่ง

2월 12일

ตอนที่ 1 แม่สะเรียง กับตัวเมือง

การเดินทางของผมเริ่มตั้งแต่เวลา 18.30น.  รถได้เคลื่อนตัวออกจากหมอชิต สภาพการจราจรถือว่าได้คล่องเป็นระยะ และสักพัก ก็ได้หลับเพราะอ่อนเพลียจากการทำงาน ทริปนี้ได้เดินทางกับพี่ตู่ พี่กิ๊ก จากหนังสือ อนุสาร อสท. กับพี่บอย จาก โอโซน ใช้เวลาการเดินทางไปถึงแม่สะเรียงตอนตี 5.30 ได้ ไป แต่ก่อนถึงได้เสียวเป็นระยะกับการสาดโค้งที่ทำให้ถึงกับอ้วกได้ หลังจากรอดจากการเมาโค้งไปได้ถึงแม่สะเรียงก็ลงจากรถแบกเป๋าเป้เครื่องทำมาหากินและเป๋าเสื้อผ้า ตอนนี้อากาศหนาวมาก ที่แม่สะเรียงอากาศน่าจะ 17-18 ได้เพราะหายใจเป็นไอออกมา สักพักทางพี่บอยติดต่อให้ทางรถตู้ที่ได้เตรียมการเดินทางมารับพาไปที่พัก โดยพักที่  ริเวอร์เฮ้าส์ รีสอร์ท  

ช่วงเช้าก่อนไปถึงก็ทำการชาร์จอุปกรณ์สื่อสารทั้งปวง และนอนเอาแรงจนตื่นมาอีกรอบตอน 8 โมงเช้า ออกมาสูดอากาศยามเช้า ที่มองไปทางไหนที่มีแต่
หมอกแถมอากาศเย็นมากข้างหน้ามองเป็นแม่น้ำสาละวิน จนสักพักก้อาบน้ำเตรียมตัวลงไปทานอาหารเช้าที่ทางโรงแรมจัดบริการให้ นั่งคุยกับพี่ และก็ถ่ายรูปรอบๆโรงแรมกัน รอบนี้มีการแนะนำมุมถ่ายและให้คำปรึกษางานนี้ตาเก่ง
ได้รับความรู้เพียบเรื่องการจัดองค์ประกอบ ใครเคยอ่าน หนังสือ อสท.จะรู้ว่าภาพที่ลงภาพสวยมาก นั่งรอน้องจากหนังสืออีกเล่มมาร่วมทริปนี้กัน กว่าจะมาถึงก็ปาไป 9 โมงได้และรออาบน้ำอาบท่าเพื่อเพิ่มความสดชื่น จนเวลาเกือบ 11 โมงก้ออกเดินทางโดนมีทาง ททท. จากแม่ฮ่องสอนเป็นจนพาไปแต่ละที่ ที่แรกไปวัดจอมกิตติ ไปถึงก็ถ่ายวิวรอบนานจะได้มาเจอกับธรรมชาติ
ขนถ่ายเสร็จก็นั่งรถตู้ออกเดินทางรถผ่านหน้าสนแม่สะเรียงได้พบกับร้านขายขนมหวาน  ขายขนมอะละหว่า ขนมเบ็งโม้ง ขนมส่วยทะมิน งานนี้แม่ค้าได้พรีเซ็นแบบสุดตัวเลยว่าเป็นเจ้าเดียวที่อร่อย
เป็นขนมมงคล ได้ลองชิมดูก็บอกได้เลยว่าอร่อยมากครับถึง
แค่ชิมไปนิดเดียว ใครได้ไปแม่สะเรียงลองไปชิมได้เลยนะครับ หน้า สน.แม่สะเรียง รับรองจะติดใจ จากนั้นออกเดินทางกันต่อ งานนี้หลับไปไม่รู้ตัวอีกตื่นมาอีกทีก็ลงมากินข้าวกันงานนี้ได้กินอาหารเช่น แอ็บหมู แอ็บเนื้อ เนื้อทุบ และตามด้วยขวดเหลือง โดยมีพี่ตู่เป็นคนจุดชนวนในการดื่มครั้งนี้ ซัดกันบ่ายเลย กินกันจนเสร็จก็ ไปกันต่อที่ ศูนย์ศิลปาชีพแม่สะเรียง  ได้ถ่ายรูปใน
นั้นจนเรียบร้อย รอบนี้แอบก็อปปี้มุมเดียวกับพี่ตู่ อสท. และพี่เขาก็แนะนำถ่ายออกมาให้ดู ผมเห็นแล้วก้ยกนิ้วให้เลยถึงแต่พี่เขาจะไมได้ใช้กล้อง DSLR ก็ตาม แต่อยากที่บอกลห่ะครับพี่เขาถ่ายได้สวยมากเรื่ององค์ประกอบแสงเนี้ย ผมยกให้เขาเลย ถ่ายออกมาจนกล้องที่ตาเก่งถือขอยอมแพ้เลย เทคนิค เขาก็สะสมประสบการณ์มานาน ผมเองก็จะต้องเรียนรู้อีกแยอะ จนเรียบร้อยก็นั่งรถออกเดินทางกันต่อที่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน จากบ่ายโมงครึ่งไปถึงตัวเมืองประมาณ 4
โมงได้ตลอดทางได้เห็นป้ายทางโค้งต่อเนื่องตลอดทาง แบบว่าท้องไส้ปั่นป่วนเลย จนต้องงีบ ตื่นมาอีกอยู่ที่โรงแรม อิมพีเรียทธาราแม่ฮ่องสอน สำหรับพักคืนนี้ ก็เตรียมทิ้งเป๋าเสื้อผ้าไว้ที่ห้องพักที่จะนอนคืนนี้ สักพักก็ออกเดินทางไป ศูนย์ศิลปาชีพแม่ฮ่องสอน โดยเน้นสินค้าที่เป็น OTOP ของแม่ฮ่องสอน ถ่ายรูปสินค้าต่างภายในจนเรียบร้อยก็ไปต่อกันที่พระธาตุจองทอง ก็ไล่เก็บ
ถ่ายบรรยากาศรอบ พอดีมีคนมาเวียนเทียนพระธาตุ เลยได้ฟิวส์ในการถ่ายไปอีกอารมณ์ จนสัก 6 โมงเย็น ก็ไปรับประทานข้าวอีกโรงแรมนึง รับประทานแบบว่าอาหารที่จัดมาอร่อยทุกอย่างเลย งานนี้เจริญอาหารเลย ตบด้วยเบียร์อีก 1 ขวดเล็กกับพี่ตู่เหมือนเดิม กลายเป็นเพื่อนกินเบียร์กับพี่ตู่ ไปกินกันจน อิ่มว่าจะไปไหนกันต่อเลยคิดว่าอยากไป ถนนคนเดินในตัวเมือง ได้พบความหลากหลายของตลาด ไม่ว่าเป็นหมวกไหมพรม หุ่นกระบอก ผ้าทอด้วยมือ เสื้อผ้าชาวกระเหรี่ยง และความหลากหลาย มีทั้งแม่ค้า พ่อค้า ชาวกระเหรี่ยงมาขายด้วยก็มี บางคนอุ้มลูกมาขายของ เป็นการสัมผัสได้อย่างดีเลย ซึ่งผมบอกได้เลยว่า ชอบมากไม่ค่อยเหมือนตลาดคนเดินที่เคย
สัมผัสมา อาจจะเป็นเสนห์ในตัวของมัน จนเดินเรียบร้อยก็แวะเซเว่นซื้อ เบียร์ป๋องเขียวไป 8 กระป่องกะกินกันต่อกับพี่ตู่ในโรงแรมที่พัก มาถึงโรงแรมก็อาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อยก็ออกไปดริ้งกับพี่ตู่ กลายเป็นเพื่อนกินเบียร์แบบถูกคอ แบบต่างวัยกันเลย ตาเก่ง 27 ส่วนพี่ตู่ 30 กว่า เป็นพี่ผู้หญิงที่ตาเก่งว่าได้เลยว่า พี่เขาเป้นคนที่เก่ง และนิสัยดีมีอะไรแนะนำตลอด ทริปนี้ พี่ตู่เป็นคนโทรมาชวน และตาเก่งตอบตกลง จนแกหัวราะ แบบว่า ตาเก่งเนี้ยมันไม่คิดอะไร ตอบตกลงแบบเต็วปากเต็มคำ เพราะ อยากไปพักผ่อนอีกรอบ ถือว่าเป็นทริปแรกแห่งปีเลยของตาเก่งเลย

จบสำหรับวันแรก สรุปตาเก่งนั่งกินเบียร์กับพี่ตู่ จนพีตู่หลับคาเก้าอี้ ตาเก่งเลยขอตัวไปนอนบ้าง ซัดไปคนละ 3 กระป๋องจนเกือบเที่ยงคืน

2월 6일

เตรียมแพ็คกระเป๋าและการเตรียมตัวอุปกรณ์ก่อนเดินทาง ทำไปบ่นไป

แพ็คเป๋าเดินทาง ไป ปาย

 

วันนี้ตาเก่งกลับมาก้เตรียมหากระเป๋าเสื้อผ้า ก็รีบจับเสื้อผ้ายัดไปเตรียมเสื้อผ้าไป 6-7 ตัว

กางเกงยีนย์  2 ตัวพอ เสื้อกันหนาวอีก 2 ตัว กางเกงขาสั้น คาดว่าจะได้ใส่เปล่าไม่รู้ แต่จะเอาไปใครจะทำไม เอาไป 2 ตัว และเตรียมจิปาถะไปให้พร้อม สำหรับ 5 วัน 4 คืน และเตรียมพวกครีมทาผิวกันผิวแตกอีก

ถึงตรงนี้ใครจะคิดว่าตาเก่งแม่งจะสำอางขนาดนี้ แต่สำอางจริงๆ ถ้าใครรู้จักเก่ง ถึงแต่ดู ถึกแบบควายไบซันก็ตามเถอะ จนเรียบร้อย ก็จะเป็นการเตรียมอุปกรณ์ ถ่ายภาพ งานนี้ ตาเก่งจัดการเองเลย จับถ่ายเพดานบ้านว่ามีจุดดำในภาพหรือเปล่า

ปรากฏถ่ายออกมา มีบานเลย ตั้งแต่ถ่ายงาน เปลี่ยนเลนส์จนมันมือ สุดท้ายฝุ่นเกาะ
CCD เป็นบางท่านอ่านจะเซ็งได้ พอดีตาเก่งได้ เห็นมีคนล้าง CCD เองจาก pantip ห้องกล้อง เลย ขอลองซะหน่อย โดยมีเครื่องมือในการชำระล้าง CCD มีไม่กี่ชิ้น

อุปกรณ์การชำระล้าง
1.คัตเตอร์บัส แบบก้านแข็งนะครับ

2.
เทปกาว 3M รุ่นไหนลืม จะเป็นยี่ห้อที่ไม่ทิ้งคราบกาวไว้บน CCD
3.
มือคนล้าง ที่ขาดไม่ได้ ในการชำระล้างครั้งนี้
ส่วนวิธีทำการชำระล้าง

1. ลองถ่ายภาพออกมาโดยใช้ F 8 ขึ้นไป ยิ่งแคบได้ยิ่งดี แล้วถ่ายที่พื้นวัตถุสีขาว เช่นเพดาน ฝ้า ของบ้าน ดู และใช้ ISO แค่ 100-200 พอ ถ่ายออกมา จะเห็น จุดดำบนภาพหรือไม่ ถ้ามี แปลว่ามีฝุ่นเกาะ
ที

2. จากนั้นก็เป็นการล้อคกระจกเข้าไปที่เมนู  Mirror Lock-Up สำหรับ Nikon  
และกดชัตเตอร์ให้กระจกค้างเพื่อล็อค จากนั้นก้อเป็นการปลดเปลื้อง เอาเลนส์ออกงานนี้ขอให้หาที่ห้องที่ไม่มีลมพัดนะครับถ้าเปิดพัดลมขอให้ปิด เพราะเป็นการป้องกันฝุ่นภายในห้อง ที่จะล้างฝุ่นหายเกลี้ยงกลับกลายเป็นการเพิ่มจุดดำบน
CCD ซะอีก

3. แล้วเราก็นำเทป 3M ดึงมายาวประมาณพึงความพอใจว่าพอดีที่จะจิ้มคัตเตอร์บัตได้ไม่ยาวไปและสั้นไป ตัดซะให้ได้เทปยาวสัก 5 เส้น ยาวแปะลงไป

4. จากนั้นเราก็นำเทป 3M โดยมีคัตเตอร์บัต เป็นตัวกดเทป 3M ลงไปที่ CCD งานนี้จะต้องทำแบบนุ่มนวลหน่อยยนะครับ และใจเย็น แปะเทปให้รอบ และบริเวณที่เกิดจุดดำบนภาพ ทำแบบนี้ซะ 3 ที

5. แล้วก็ใส่เลนส์กลับเหมือนเดิม ปิดเครื่องเพื่อคลายกระจกที่ล็อคกลับมาเหมือนเดิม และลองถ่ายดูจนกว่าจุดดำบนภาพหายไป ถ้าไม่หายก้เริ่มข้อ 2 ใหม่ ทำจนจุดดำบนภาพหายไปนะครับ
วิธีทำแบบนี้มีความเสี่ยง ถ้ากล้องมีประกันเชิญเข้าศูนย์ล้างให้ดีกว่า แต่ถ้าประกันหมด ก็เสี่ยงดูว่ายอมเสียเงินค่าล้าง
500 กับล้างเองเสียงด้วยจะเลือกแบบไหน สำหรับตาเก่ง ขอเสี่ยงดีกว่า เพราะเป้นคนชอบเสี่ยงด้วยสิ

มาต่อการเตรียมอุปกรณ์ต่อ ก็ชาร์จแบตทั้งกล้องและถ่านชาร์จใส่แฟลชเตรียมตัวให้พร้อม จนเต็มก็จับยัดเป่าอีก แถมจะลืมไมได้เลย ปลั๊กราง ที่เอาไป มีทั้งหมด 8 เต้า ดูไปแล้วไม่น่าจะพอสำหรับตาเก่งแต่ไม่เปงไรเรื่อยๆ ก้อเตรียม I-POD โหลดเพลงเข้าไปฟังตอนเดินทางจะได้ไม่เหงา ยัดเพลงไป 273 เพลง รวมความยาวประมาณ ฟังได้ 1 วัน เพราะงานนี้ฟังไปให้หลับ และเตรียม ยาอมแก้ไอ เพราะเป้นภูมิแพ้อากาศเย็นตอนกลางคืนด้วยเพราะจะมีเสมหะ งานนี้ถ้าขาดไป ไมได้นอนเพราะจะไอทั้งคืน ส่วนอย่างอื่นก้อเรียบร้อยหมด งานนี้จะไปถ่ายรูปมาให้ชมกันนะเด้อ คืนนี้จะนอนแล้ว พรุ่งนี้เช้ามีประชุม ตอนเยงก็ออกเดินทางต่อ สำหรับทริปแรกของตาเก่งเลยสำหรับปีนี้ที่จะออกเดินทาง

2월 4일

การเตรียมตัวก่อนเดินทาง ไปปาย เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคนชอบเดินทางไปบ่นไป

การเตรียมตัวก่อนเดินทาง ไปปาย

ครั้งนี้ตาเก่งจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมจะต้องเช้กสภาพอากาศว่าที่นั้นเป็นยังไงเพื่อความเตรียมพร้อมในการเดินทาง ซึ่งตาเก่งได้เช้กสภาพอากาศ คาดกรณ์ระหว่างวันที่ 8-9 ก.พ. 51

พยากรณ์อากาศ 7 วัน

 

 

 

 

 

วันนี้
03/02

พรุ่งนี้
04/02

อังคาร
05/02

พุธ
06/02

พฤหัสบดี
07/02

ศุกร์
08/02

เสาร์
09/02

 

30 °C

16 °C

อากาศเย็น

 

30 °C

18 °C

อากาศเย็น

 

30 °C

18 °C

อากาศเย็น

 

30 °C

18 °C

อากาศเย็น

 

30 °C

18 °C

อากาศเย็น

 

30 °C

18 °C

อากาศเย็น

 

30 °C

16 °C

อากาศเย็น


สรุปได้ว่าตอนนี้สภาพอากาศตอนนี้ถือว่าชิว ชิว ช่วงกลางวัน แต่กลางคืนหนาวซิบหายเลย จะต้องเตรียมเสื้อผ้าไปพวกเสื้อกันหนาว ดีไม่ดี น้ำไม่ต้องอาบเลยตอนเช้า ตอนนี้ก้อเหลือเตรียมสัมภาระที่จะต้องเอาไป และจะต้องล้าง
CCD กล้องอีก หลังจากเจอฝุ่นเกาะไปหลายจุดเลย และล้างทำความสะอาดเลนส์ เอาไปตากแดด เจอแสงอาทิตย์ บ้างแค่อาทิตย์ละครั้งเพื่อป้องกันรา กับฝ้าถามหา ตอนนี้เหลือคิดจะขนเสื้อผ้าไปกี่ตัว เพราะงานนี้ คงได้ขนเป๋าเสื้อผ้าและอุปกรณ์แบบ บ้าหอบฟางอีก เพราะ ทริปไหนตาเก่งขนสัมภาระได้บ้าหอบฟางมาก ครั้งก่อนไปทริปเกาะยาว น้ำหนักกระเป๋าที่เอาไปแค่กระเป๋าเสื้อผ้า 14 โล ยังไม่รวม กระเป๋ากล้อง กระเป๋าเป้ใส่โน๊ตบุ๊ต

รวมก็ 20 กว่าโลได้ครั้งนี้จะต้องวางแผนดีมากกว่าเดิมเพราะ การเดินทางครั้งนี้ไมได้ไปเครื่องบิน แต่ต้องนั่งรถทัวร์ ซึ่งนั่งรถกันตูดบานกันเลยครั้งนี้ แถม เจอคนขู่ว่ากว่าจะถึงปาย ได้เมาพันกว่าโค้งอีก งานนี้เลยจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม ซึ่ง คาดเดาในการเตรียมเสื้อผ้าสำหรับ 5 วัน 4 คืนแล้ว คงใส่กางเกงยีน เอาไป 2 ตัวใส่สับขาหลอกกันไป รองเท้าคงเอาคู่เก่งไปคู่เดียว ที่เน้นใส่สบาย เสื้อกันหนาวตัวนึง และที่ขาดไมได้ อุปกรณ์สร้างความบันเทิงแก่กันฟังตอนเดินทางก็ I-POD NANO อีก แถมจะต้องเอาปลั๊กรางไปด้วย เพราะโรงแรมที่เคยไปพักมา ทั่วฟ้าเมืองไทย มันมีปลั๊กให้แยอะที่ไหน เพราะอุปกรณ์ของเก่งที่จะใช้เสียบ มีชาร์จแบตกล้อง ถ่านชาร์จใส่แฟลช ชาร์จ I_POD NANO เสียบโน๊ตบุ๊ต ชาร์จPDA ชาร์จโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รู้ไว้บ้างว่า ปลั๊กที่โรงแรมมันจะพอได้ยังไงสำหรับตาเก่งเนี้ย ไม่เคยเจอที่ไหน ให้ปลั๊กเกินความต้องการเลย เซงจริงๆ เคยไปพักอยู่ที่ มีปลั๊กแค่ 3  จุด อย่าเปลี่ยนที่พักใจจะขาด เซงมากเลยตอนนั้น ส่วนตอนนี้ก้ลุ้นที่พักว่าขอให้มี ปล่อย  Wireless แล้วกันจะได้เช้กข่าวสารบ้านเมือง ขอพักแค่นี้ก่อนกับการเตรียมตัวเดินทางไปปาย วันที่ 6-10 กุมภาพันธ์

6월 17일

เปงเอามาก อาการหนัก สมองไปแล้ว

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
 
8.00 น. ตื่นแต่เช้า อาบน้ำ แต่งตัว เช้กของ เตรียมโน๊ตบุ๊ต เตรียมกล้อง
 
 
8.15 น. ออกเดินทาง มาก็นั่งรถทำงานเจอแต่รถติด ตั้งแต่มหาลัยเปิดเรียน รถติดนรกเลย มาจากนวมินทร์ไปถึปากเกร็ดออกจาก
 
บ้านแปดโมงกว่า ไปถึงปากเกร็ด
 
9.30 น.  เลยตัดสินใจนั่งแท็กซี่
 
9.45 น. ไปถึง ออฟฟิต มาถึงก็วางอุปกรณ์
 
เปิดเป๋าโน๊ตบุ๊ต ตั้งเครื่องเสียบสายแลน นั่งเช้กกระทู้ในเว็บ นั่งอัพเดด เว้บเพิ่มเติม รับโทรศัพท์ขายบัตรอาบน้ำ
 
12.00 น. ไปเซเว่นแถวนั้น หาอะไรกินต่อจน
 
13.00 น. บ่ายออกไปอัดรูปให้ลูกค้า ที่เซ้นทรัล ลาดพร้าว
 
14.30 น. ไปถึงเซ้นทรัลลาดพร้าว เดินทางไปรัชดา
 
15.00 น. ไปรับเงินค่าอัดรูปที่เอมมานูเอลต่อ นั่งพักเอาแรง
 
15.50 น. ไปต่อที่ธารวดีแล้วไปหาเหล่าสมาชิกใน บอร์ดนั่งคุยกัน เฮฮา จนถึงทุ่ม
 
19.30 น. ออกจากธารวดี นั่งรถไปทางเส้นเพชรบุรี หลับแบบไม่รู้ตัว
 
20.15 น. ตื่นมาด้วยความ งง ว่าถึงไหนแล้ว จะมาถึงแยกอโศกแล้ว ลงจากรถไปขึ้นรถไฟใต้ดิน
 
20.30 น. ขึ้นรถไฟใต้ดิน ไปถึงสถานีพหลโยธิน รีบวิ่งไปรับรูปแล้วไปต่อที่รัชดา
 
21.15 น. เดินทางมาถึงร้านก้นั่งเปิดคอม เข้าห้องน้ำ พักเอาแรงต่อ
 
21.45 น. ไปแปะรูปที่อัดมา
 
22.00 น. นั่งโหลด bit
 
23.00 น. นั่งเล่นโน๊ตบุ๊ตจนถึงเที่ยงคืน
 
24.00 น. นั่งรอเวลากลับบ้าน
 
01.30 น. ยืนรอรถกลับบ้าน
 
02.30 น. ถึงบ้านอาบน้ำขึ้นนอน
 
03.30 น. ขึ้นมาห้องนอนที่แสนรก เปิดแอร์ เปิดคอม นั่งสแกนไวรัส
 
04.45 น. เข้านอน
 
12.30 น. ตื่นมาปรากฏว่านอนอยู่ข้างล่าง จำอะไรไมได้อีกเลย ตั้งแต่หลับไป
               ตื่นมามึนเลยเมื่อคืนนอนข้างบนนี้ ทำไมกลับกลายว่ามานอนข้างล่างเนี้ย
               มึนกับชีวิตจริงๆ
 
วันๆ จะดำเนินชีวิตแบบนี้คล้ายกันเกือบทุกวัน
6월 13일

ผลงานการถ่ายของตาเก่ง กับนางแบบที่ลากมาถ่ายแบบ ขำ ขำ

ไม่มีอะไรทำนั่งเล่นๆ ไม่รู้ทำอะไรดีเลยจับน้องมาถ่ายรูปเล่นซะเลย
งานนี้เล่นแสงกับเงาอย่างเดียว เบื่อใช้แฟลชแล้ว แต่มีใช้บางรูปนะแฟลช
 


 


 

ผลงาน ของตาเก่ง ก๊าบ

5월 25일

ก่อนเริ่มต้นก้าวก่ายสู่ อ่าง อบ นวด ของตาเก่ง

ผ่านไปจะ 2 ปี ที่ตาเก่งเริ่มก้าว มาสังคมกลางคืน พวกอ่าง อบ นวด เริ่มตั้งแต่ตาเก่งได้รับหน้าที่มอบหมายให้มาดูแล
website
http://www.ilikemassage.com ซึ่งเป็น web เกี่ยวกับคนชอบนวด ตอนแรกตาเก่งก็คาดไม่ถึงว่าจะได้มา

ทำเลย เพราะเป็นคนไม่ค่อยชอบยุ่งเกี่ยวเลย อาบ อบ นวด เคยเข้า มั้ย ก็เคยเข้า แต่เคยใช้บริการมั้ย ตอบได้เต็มปาก
เต็มคำว่า ไม่เคยเลยนะครับ เคยแต่ไปดูเพื่อนหรือติดตามพวกพี่เข้าไป ที่แรกที่เข้าไป ก็ โคลอนเซ่ 2 ซอย นาทอง

นี้เองตอนแรกตาเก่งตื่นเต้นมากเลย ตอนนั้นตาเก่งอยู่บ้านเฉยๆ นั่งหางานทำอยู่ เลยช่วงนั้นเป็นช่วงที่ตาเก่งตกต่ำสุดเลย
ไม่มีงานทำ ตาเก่งมีความสามารถแต่ไม่ใช่คนที่ดิ้นรน เลยปล่อยชีวิตไปวัน เมื่อก่อนตาเก่งไม่รู้เลยว่าเจ้าอาบ อบ นวด เนี้ย

มันเป็นยังไงข้างในเป็นยังไงไม่รู้เลยจริงๆ เคยได้ยินพวกเพื่อนๆ พี่ๆ จะคุยกันว่า อ่าง อบ นาบ แล้วมั้งจะคุยเรื่องเด็กในนั้น
เอาเข้าเรื่องต่อ ที่ตาเก่งได้ไปเที่ยวครั้งแรกก็ไปนั่งเล่นที่โคลอนเซ่ 2 เพื่อนตาเก่งเปิดห้องสูท เข้าไปห้องหรูดี แต่ งง ว่าทำไม

ในห้องถึงมีอ่างใหญ่ ในห้องมีเพื่อนๆ พี่ๆ อยู่ 4-5 คน ซึ่งรวมตาเก่ง สักพักจะมีเชียร์แขกเข้ามานำเด็กมาให้ถึงในห้องสูทตาเก่ง
เห็นแล้วชอบเลย เด็กแต่ละคนน่ารักกันทั้งนั้น แถมนุ่งน้อยห่มน้อย อวดโชว์รูปร่าง มันเป็นสิ่งที่ดูแล้วตื่นเต้นดีจริงๆ สำหรับตาเก่ง

ที่เคยเข้ามาครั้งแรก แต่ครั้งแรกของตาเก่งไม่ได้ไปร่วมกิจกามเลย ได้แต่มองตาปริบ เพราะตาเก่งไม่ใช่คนมีเงินมากมายถึงจะเที่ยว
แบบนั้นได้ทำไงได้หล่ะ ตาเก่งยังไมได้ทำงานเลย ตอนนั้นนั่งขอเงินพ่อแม่ใช้อยู่เลย นั้นหล่ะครั้งแรกของตาเก่งที่ไปสัมผัสแต่

ไมได้ใช้บริการเลยไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกันบ้าง จนมาวันนึงมีพี่คนนึงแนะนำว่ามีงานให้ทำเป็นงาน event  ที่ออกทัวร์ ต่างจังหวัด
ซึ่งงานนี้ ใช้เวลา 3 เดือน เออ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการก้าวสู่ อาบ อบ นวด เนี้ย ซึ่งมันไม่เกี่ยวเลย แต่ตาเก่งบอกได้ว่ามันเกี่ยวครับ

เพราะบริษัทที่ทำอยู่ เขาก็ทำ website ของสังคมกลางคืนคือ Midnightthailand.com และมี web อีก web ในเครือบริษัท
คือ ilikemassage.com นี้หล่ะจุดเริ่มต้น ตาเก่งเข้าไปดูว่ามีรูป สาวเต็มเลย ก็ตื่นเต้นดีนะตอนทำ จนมีวันนึงตาเก่งได้มอบหมายงาน

ให้ไปถ่ายรูป อ่างอบนวดที่นึงแถวแยกฟอจูน เนี้ยหล่ะที่แรกที่ตาเก่งเข้าไปถ่ายรูป ด้วยกล้องดิจิตอล ตาเก่งห่างหายจากการจับกล้อง
มาแสนนานจำได้ว่าจับกล้องครั้งสุดท้ายก็สมัยเรียน อนุปริญญา ซึ่งเรียนถ่ายภาพเบื้องต้น จจากนั้นก็ไมได้แตะจับมันอีกเลย

วันแรกที่ตาเก่งเข้าไปถ่ายรูปเป็นอะไรที่ประหม่ามากเลย ไม่เคยถ่ายรูปผู้หญิงเลย เอาจริงๆไม่เคยเลย ที่ต้องถ่ายรูปคนที่เราไม่สนิท
หรือรู้จักกันมากก่อน แถมกล้องที่ใช้บอกได้เลยว่าช้ามาก ถ่าย 1 รูปจะต้องรอ เกือบนาทีได้กว่าจะถ่ายต่อได้แถมถ่ายไป แบตหมดอีก

เรื่องจริงเลยนะ วันนั้นตาเก่งถ่ายรูปเด็กๆ ได้ประมาณ 5-6 คนได้ เป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจที่ได้เข้ามาทำตรงนี้ จนตาเก่งเก็บเงินซื้อกล้อง
เองซึ่งเป็นการลงทุนลงแรงเองเลย มีครั้งนึงตาเก่งได้ไปถ่ายรูปงานนึงแถวพัฒนาการซึ่งเป็นการจัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้า ตาเก่ง

เห็นช่างภาพโปรใช้กล้องตัวนึงหลายหมื่นบาท แต่ตัวตาเก่งเองใช้กล้องที่ดูได้ว่ามันล้าสมัยไปแล้ว เลยกัดฟันทำงานหาเงินซื้อกล้อง
งานนี้ตาเก่งยอมทำงาน 2 ที่จนไม่มีวันหยุดทำงาน 7 วัน ซึ่งตาเก่งจะต้องขอบคุณอาจารย์ยิ่งศักดิ์มาก ที่ให้ตาเก่งทำงานกับแกจนมี

เงินซื้อกล้องได้ทำไปได้ 3 เดือนมีเงินซื้อกล้องตาเก่งก็หยุดเลยไม่ไหวจริงทำงาน 7 วันไม่มีวันหยุด ได้มาก็ดูโปรขึ้นจริงๆ กลายเป็น
หลงไหลกับการกดชัตเตอร์ ตอนนี้ผ่านไป แล้วจะ 2 ปีสำหรับกล้องตัวแรกของ ตาเก่งที่ใช้คือ Nikon D50 ตาเก่งศึกษามานานกว่าจะ

ตกลงปลงใจเพราะ กล้อง ตัวนึงมันไม่ใช่ถูก จนผ่านไปปีนึงตาเก่งลทุนไปกับกล้องและอุปกรณ์หมดไป 5 หมื่นกว่าบาทได้ เรื่องกล้องเนี้ย
เคยทำให้เก่งทะเลาะกับออีตแฟนมาแล้ว ว่าซื้อมาแล้วเงินก็ไม่ใช้อีก แต่ตาเก่งซื้อไปแล้วตาเก่งมีความสุขมากเลย ที่ได้ซื้อด้วยเงินตัวเอง

ซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนที่ค่อยแต่ขอเงินพ่อแม่ ซื้อของเนี้ย แล้วที่นี้ตาเก่งก็เดินสายถ่ายรูปและรับงานนอกถ่ายรูปอยู่ตลอดจากเมื่อก่อน
ประหม่าที่จะถ่ายรูปที่เมื่อก่อน ตาเก่งไม่เคยคุยกับเด็กที่จะถ่ายเลยจนทำให้เด็กถ่ายรูปออกมาเกร็งๆ จนเดี๋ยวนี้ตาเก่งคุยกับเด็กจนหายเกร็ง

กลายเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ตาเก่งเริ่มคุยกับเด็ก ก่อนที่จะถ่ายแถมตาเก่งเป็นคนคุยเก่งกลายเป็นหนักกว่าเก่าอีก ถึงตอนนี้ตาเก่งคุย
จนสนิทกับเด็กบางคนไปเลย นี้หล่ะจุดเริ่มต้นของตาเก่ง ตาเก่งคิดว่าสักวัน คงจะถอยออกมาให้รุ่นต่อไปทำต่อ